
ไหม… สร้างญี่ปุ่น (12)
ท่านผู้อ่านคะ...ในวาระขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2558 ผู้เขียนขออำนวยพรให้ผู้อ่านมีความสุขในการทำงาน มีกำลังกาย-ใจที่เข้มแข็ง มีผลผลิตและมีรายได้ตามความมุ่งหมาย และสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้สูงสุดค่ะ
ท่านผู้อ่านคะ...ในวาระขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2558 ผู้เขียนขออำนวยพรให้ผู้อ่านมีความสุขในการทำงาน มีกำลังกาย-ใจที่เข้มแข็ง มีผลผลิตและมีรายได้ตามความมุ่งหมาย และสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้สูงสุดค่ะ
ขอย้อนเหตุการณ์ไปสักเล็กน้อยถึงสภาวการณ์เกี่ยวกับการผลิตไหมในเอเชีย (จีน-ญี่ปุ่น) ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งผลิตไหมที่สำคัญในโลกเมื่อเข้ามาถึงศตวรรษที่ 19
ดั้งเดิมนั้น... การผลิตไหมซึ่งนับตั้งแต่การเลี้ยงไหม การทำด้ายไหม และการทอผ้าไหม คือ งานอุตสาหกรรมพื้นบ้าน พวกค้าขายจากยุโรปให้คนของตนไปกว้านซื้อจากบ้านคนทอผ้าไหมมาใส่คลังสินค้าของตนไว้ โดยเรือสินค้าของตนก็จะมาขนไปยุโรปเป็นระยะๆ
จีนกับญี่ปุ่นเป็นแหล่งผลิตไหมและผ้าไหมที่สำคัญ แต่ทั้งสองประเทศต้องประสบกับปัญหาทางการเมืองอย่างรุนแรง เมื่อญี่ปุ่นต้องรับมือกับ Gunboat Diplomacy จากอเมริกา ส่วนจีนนั้นก็ถูกคุกคามจากพวกชาติล่าอาณานิคมจากยุโรปพยายามเข้ามากินเมือง
ที่จีนนั้น... เมื่อพวกนักล่าอาณานิคมเข้ามา จีนก็เปิดท่าเรือให้ต่างชาติติดต่อบางแห่งเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย และในความเป็นจริงแล้วจีนก็ไม่ได้มีความมั่นคงภายในนัก
ส่วนพวกชาติตะวันตกที่เข้ามาค้าขายก็ไม่ได้มาค้าขายด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต่างก็หาช่องทางเพื่อจะหาประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และก็แข่งขันกันเต็มเหนี่ยว เมื่อโปรตุเกสสามารถเช่ามาเก๊าจากจีน ทำให้อังกฤษอยากได้พื้นที่ทำนองนั้นจากจีนบ้าง และก็หาวิธีที่จะเข้าไปมีอำนาจเหนือจีนให้ได้ แม้ว่าจะไร้มนุษยธรรมก็ไม่สนและอังกฤษได้ทำสิ่งที่เลวร้ายมากอย่างหนึ่ง คือ นำฝิ่นจากอินเดียเข้ามาขายในจีน
ฝิ่นกลายเป็นสินค้าที่ทำรายได้มากมายให้กับอังกฤษอย่างรวดเร็วแทบไม่น่าเชื่อ ฝิ่นทำลายทรัพยากรมนุษย์ในจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายตัวออกไปในวงกว้าง
ก่อนเข้า ค.ศ. 1839 อังกฤษขนฝิ่นจากอินเดียไปขายในจีน มีจำนวนขายได้พุ่งกระฉูดไปถึง 1,400 ตัน โดยโฆษณาว่าฝิ่นเป็นยาซึ่งมีสรรพคุณกระปรี้กระเปร่า คนจีนติดกันงอมแงม รัฐบาลจีนทนไม่ได้และไม่ยอมให้อังกฤษนำฝิ่นเข้ามาในประเทศอีก
จีนสกัดไม่ให้เรืออังกฤษนำฝิ่นขึ้นท่าเรือที่กวางตุ้ง เหตุการณ์ก็บานปลายเกิดสงครามฝิ่นระหว่างจีนกับอังกฤษ สงครามฝิ่นในจีนกินระยะเวลาครั้งแรก 3 ปี คนจีนตายไปประมาณ 2 หมื่นคน
สงครามฝิ่นที่อังกฤษก่อขึ้นกับจีนส่งผลต่อเนื่องไปสู่เหตุการณ์อื่น เกิดความวุ่นวาย มีเรื่องกบฏเข้าซ้ำเติม คนจีนตายไป 20 ล้านคน
จีนกลายเป็นประเทศที่อ่อนแอลงสุดๆ คนจีนอดอยากไปทั่ว ที่แย่ที่สุดคือส่งผลไปถึงการผลิตพื้นฐานที่สำคัญของจีนหลายอย่าง และกระทบกระเทือนถึง “การผลิตไหม” โดยตรง ทำให้ไหมในจีนออกสู่ตลาดน้อยมากและขาดตอน พ่อค้าจากยุโรปมาหาซื้อแทบไม่ได้
ประเทศจีนเข้าสู่วิกฤตและยังมีเหตุการณ์เลวร้ายประดังเข้ามา ในที่สุดก็ต้องยอมให้อังกฤษเช่าเกาะฮ่องกง เศรษฐกิจจีนอ่อนแอลงมาก คนจีนลงเรือหนีความอดอยากออกนอกประเทศ... พวกชายไว้เปียมากมายลงเรือบ่ายหน้าไปทั่วโลก กลายเป็นคนงาน คนลากรถ ขุดคลอง ทำเหมือง ทำทางรถไฟ (หลายคนไม่กลับบ้าน ไปอยู่รวมกันกลายเป็นชุมชนจีนแล้วกลายเป็นไชน่าทาวน์ทั่วโลกในทุกวันนี้)
ผลผลิตไหมในจีนลดต่ำลง แต่กลับเป็นบุญหล่นทับพวกดัตช์ ซึ่งซื้อไหมจากญี่ปุ่นไปขายในยุโรป และเมื่อไม่มีไหมจากจีนเป็นคู่แข่ง จึงทำให้ได้ราคาดีขึ้นไปอีก ดัตช์ได้กำไรจากการค้าไหมที่ซื้อไปจากญี่ปุ่นที่เป็นเนื้อเป็นหนัง
สงครามฝิ่นในจีนทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นแหล่งผลิตไหมและผ้าไหมส่งออกมากที่สุดในโลกทันที
(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)







