posttoday
ค้าปลีกไอทีหันเปิดศึก บุกออนไลน์มากขึ้น

ค้าปลีกไอทีหันเปิดศึก บุกออนไลน์มากขึ้น

01 มกราคม 2558

สภาพเศรษฐกิจในปี 2557 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าลุ้นระทึก เพราะช่วงกลางปีค่อนข้างซบเซามากและกลับมาดีอีกครั้งช่วงปลายปี ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกไอทีต่างก็ต้องปรับแผนสำหรับอนาคต โดยมองว่าปี 2558 นี้ ธุรกิจจะสดใสด้วยการเพิ่มช่องทางออนไลน์ อีกทั้งนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐจะช่วยปลุกตลาดสินค้าไอทีกลับมาสดใสอีกครั้ง

สภาพเศรษฐกิจในปี 2557 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าลุ้นระทึก เพราะช่วงกลางปีค่อนข้างซบเซามากและกลับมาดีอีกครั้งช่วงปลายปี ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกไอทีต่างก็ต้องปรับแผนสำหรับอนาคต โดยมองว่าปี 2558 นี้ ธุรกิจจะสดใสด้วยการเพิ่มช่องทางออนไลน์ อีกทั้งนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐจะช่วยปลุกตลาดสินค้าไอทีกลับมาสดใสอีกครั้ง

พรเทพ วัชรอำนวย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานผลิตภัณฑ์และการบริการ บริษัท แอดไวซ์ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป กล่าวว่า แนวโน้มการซื้อขายสินค้าไอทีประเภทคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ของปี 2558 น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ายังไม่มีเทคโนโลยีหรือสินค้าที่ปลุกกระแสความต้องการได้อย่างแท้จริง ซึ่งปลายปีที่ผ่านมากำลังซื้อจะเป็นกลุ่มจังหวัดชั้นในและยังมองช่องทางออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทาง คาดว่าอีคอมเมิร์ซหลังการประกาศนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีจะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้มากขึ้น

“แอดไวซ์ฯ มองว่าครึ่งปีแรกของปี 2558 จะเป็นกำลังซื้อจากโปรเจกต์ของภาครัฐที่ต้องการกระตุ้นให้คนในพื้นที่ห่างไกลใช้งานอุปกรณ์ไอทีมากขึ้น ส่วนครึ่งปีหลังจะเป็นกำลังซื้อจากภาคเอกชนที่ถึงระยะเปลี่ยนเครื่องพอดี ซึ่งเรื่องของการซื้อขายสินค้าไอทีนั้น ต้องอาศัยเวลา เพราะสินค้ากลุ่มนี้ผ่านจุดสูงและต่ำสุดไปแล้ว ปี 2558 นี้จะเป็นช่วงทรงตัว ต้องคอยติดตามว่าบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนจะมีเทคโนโลยีใดมาปลุกตลาดอีกครั้ง ส่วนสินค้าที่เคยอยู่ที่ระดับราคา 2-3 หมื่นบาท ลดลงมาเหลือเพียง 1.5 หมื่นบาท ยิ่งทำให้การตัดสินใจซื้อของลูกค้าง่ายขึ้น” พรเทพ กล่าว

สมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี 2558 นี้ บริษัทเตรียมปล่อยแฟรนไชส์ร้านค้าปลีก เจ.ไอ.บี.ในตลาดภูมิภาคให้มากขึ้น เชื่อว่าจุดเด่นเรื่องของความครบวงจรทั้งค้าปลีกและส่ง จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้ามากขึ้น และยังเสริมจุดรับสินค้าให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ที่ต้องการตรวจเช็กสภาพสินค้าก่อนจ่ายเงิน แต่มั่นใจว่าระบบ
โลจิติกส์สามารถรองรับความต้องการของลูกค้า

“คาดว่าปี 2558 จะเป็นปีแรกที่มีรายได้จากตลาดต่างจังหวัดอย่างชัดเจน ซึ่งจะเพิ่มอีกอย่างน้อย 10 สาขา หลังจากที่ไตรมาส 4 ของปี 2557 ขยายไปแล้ว 7 สาขา ทำให้ปัจจุบันมีทั้งหมด 130 สาขา และในปี 2558 จะมีถึง 140 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังพัฒนาเว็บไซต์ www.jib.co.th สำหรับนักช็อปออนไลน์ ซึ่งสินค้าในเว็บจะมีให้เลือกกว่า 6,000 รายการและจัดส่งภายใน 1 วัน ทั้งยังเพิ่มโปรโมชั่นที่แตกต่างจากการซื้อที่หน้าร้าน คาดว่าจะทำรายได้ถึง 100 ล้านบาท/เดือน” สมยศ กล่าว

สุระ คณิตทวีกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ภาพรวมตลาดไอทีของปี 2558 นั้น มีทิศทางที่ดีขึ้น คาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณ 10% เพราะตลาดพีซี-โน้ตบุ๊กผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ซึ่งแท็บเล็ตอาจจะไม่ตอบโจทย์เรื่องของการทำงานได้ดีพอ ทำให้มีการหันกลับมามองโน้ตบุ๊กอีกครั้ง และผลพวงจากความต้องการในสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนจะเข้ามาช่วยในเรื่องของยอดขายโดยรวมให้กลับมาดีอีกครั้ง

“ในปี 2558 นี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 500 ล้านบาท สำหรับขยายและปรับปรุงสาขา 350 ล้านบาท งบการตลาด 150 ล้านบาท เน้นกิจกรรมทางการตลาด ณ จุดขาย เพื่อดึงคนเข้าร้านมากกว่าจัดงานอีเวนต์ นอกจากนี้ยังขยายไปยังลูกค้าองค์กรขนาดเล็กและเอสเอ็มอีให้มากขึ้น เพราะปลายปีที่ผ่านมากลุ่มองค์กรขนาดเล็กมาซื้อเองที่หน้าร้านช่วยสร้างรายได้ให้ 10-40% หลังจากตลาดอื่นซบเซา จึงเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่นี้ให้มากขึ้น” สุระ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน