posttoday
มองญี่ปุ่น ยุโรป และจีน (3)

มองญี่ปุ่น ยุโรป และจีน (3)

31 ธันวาคม 2557

Japan : อาเบะกำลังจะกลับมา

Japan : อาเบะกำลังจะกลับมา

ข้อมูลเศรษฐกิจเดือน ต.ค. 2014 ของตลาดแรงงานพบว่าอัตราว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 3.5 (ค่าเฉลี่ย 4 ปีอยู่ที่ร้อยละ 4.2) ซึ่งกิจกรรมในประเทศที่เริ่มกลับมา ธุรกิจจ้างงานมากขึ้นจะส่งผลดีต่ออุปสงค์ในประเทศ  ส่วนอัตราเงินเฟ้อ พบว่าอยู่ที่ร้อยละ 2.9 โดยอัตราเงินเฟ้อที่หักลบผลจากการปรับขึ้นภาษีครั้งแรกอยู่ที่ราวร้อยละ 1.0-1.2 ซึ่งอัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นจากในอดีตซึ่งเคยเผชิญกับภาวะเงินฝืด และเงินเยนที่อ่อนค่ามีผลต่อการดันเงินเฟ้อในประเทศ  ด้านอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จีดีพีไตรมาส 2/2014 และ ไตรมาส 3/2014 ติดลบสองไตรมาสติดต่อกัน โดยหดตัวที่ร้อยละ 7.3 และ 1.6  ซึ่งภาวะจีดีพีที่หดตัวสองไตรมาสติดต่อกัน หรือภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิคเป็นผลจากการบริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้น VAT ในเดือน เม.ย. ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลชั่วคราว (Short-lived Effect) เท่านั้น

ส่วนปัจจัยเฉพาะประเทศ  พบว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักรเติบโตต่อเนื่อง และหลังจากนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ประกาศยุบสภา และได้รับชัยชนะกลับมาอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา และสานต่อนโยบายอาเบะโนมิกส์ต่อเนื่อง พร้อมชะลอการปรับขึ้น VAT ครั้งที่สองออกไป

อัตราขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ติดลบสองไตรมาสเป็นผลจากการปรับขึ้น VAT ครั้งแรกที่กระทบการบริโภคในประเทศ แต่เราคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะเป็นผลเพียงชั่วคราว โดยที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นน่าจะ Rebound ขึ้นมาได้ต้นปี 2015 การตัดสินใจยุบสภาก่อนครบเทอมของนายกฯ อาเบะเกิดขึ้นเพื่อทดสอบผลตอบรับจากประชาชนว่ายังเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบาย Abenomics หรือไม่ ซึ่งผลการเลือกตั้งได้พิสูจน์ชัดเจนว่านโยบายดังกล่าวเป็นที่พอใจของชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ การยุบสภาในขณะที่อาเบะเหลือเวลาในการเป็นนายกรัฐมนตรีอีก 2 ปี และเมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ก็จะได้ขยายเวลาดำเนินนโยบายไปเป็น 4 ปี

BBLAM เห็นว่าตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น เช่น อัตราว่างงาน อัตราเงินเฟ้อ และการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในทิศทางที่ให้โมเมนตัมที่ดีต่อการฟื้นตัว จึงยังมองว่านโยบายของนายกฯ อาเบะได้เดินมาถูกทาง และเมื่อได้กลับมาหลังจากการเลือกตั้งอีกครั้ง เราคาดว่ารัฐบาลคงจะเลื่อนการปรับขึ้น VAT ครั้งที่สองออกไปอย่างน้อยอีกปีครึ่ง

ขณะเดียวกันเราก็มองว่าเยนจะยังอ่อนค่าต่อไปเพื่อหนุนการส่งออกและส่งผ่านอัตราเงินเฟ้อเข้าสู่ประเทศ ซึ่งฝั่ง BOJ ก็จะยังปรับทิศทางของนโยบายให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและค่าเงินเยนต่อไป ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อมีทิศทางที่จะเบี่ยงจากเป้าหมายร้อยละ 2.0 หรือเห็นสัญญาณที่ค่าเงินเยนจะปรับแข็งค่าขึ้น เราก็คงจะเห็น BOJ เข็นมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม โดยมีความเป็นไปได้ที่ BOJ จะเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงใน Asset Class อื่นนอกเหนือจาก ETFs และ JREITs หรืออาจจะปรับโครงสร้างการลงทุน หรือโครงสร้างของสินทรัพย์ในส่วนงานอื่นๆ นอกเหนือจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือ GPIF โดยคาดว่าการไปรษณีย์ญี่ปุ่นหรือ Japan Post น่าจะเป็นรายถัดไป ทั้งนี้ จีดีพีในปี 2015 ของญี่ปุ่นน่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.8

Eurozone : ต้องอัดฉีดเงินเพิ่มเข้าตลาด

ข้อมูลเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน (ข้อมูลเดือน ต.ค.) มีอัตราว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 11.5 (ค่าเฉลี่ย 4 ปีอยู่ที่ร้อยละ 11.2) ซึ่งอัตราว่างงานที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งเป็นมานาน และยังแก้ไขไม่ได้ ส่วนอัตราเงินเฟ้อ (ข้อมูลเดือน พ.ย. 2014) พบว่า อัตราเงินเฟ้อชะลออยู่ที่ร้อยละ 0.3 ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัวต่ำเป็นระยะเวลานาน มีความเสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ECB น่าจะทำ Public QE ในปี 2015 ส่วนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนปัจจุบันเกือบไม่โตแต่ยังไม่เข้าภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ โดยจีดีพีไตรมาส 2/2014 และไตรมาส 3/2014 อยู่ที่ร้อยละ 0.1 และ 0.2 ตามลำดับ กล่าวโดยสรุปภาวะหนี้ที่ทรงตัวระดับสูงและเงินเฟ้อต่ำ หรือ Debt Spiral จะทำให้เศรษฐกิจยูโรโซนน่าจะซึมต่อไป

เศรษฐกิจของยูโรโซนน่าจะยังทรงตัวในระดับต่ำ  ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความ เฉพาะเจาะจงตามแต่ละประเทศ (Country-specific Economic Condition) อาจจะสร้างความท้าทายให้กับเศรษฐกิจของยูโรโซนในปี 2015 ไม่ว่าจะเป็น 1) ทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินของกลุ่ม Major Economies 2) เศรษฐกิจขยายตัวไปได้ไม่ถึงระดับที่ควรจะเป็นทำให้ยังมีช่องว่างของผลผลิต (Output Gap) 3) ความต้องการจับจ่ายใช้สอยภายในยูโรโซนอ่อนแอ ไม่สามารถผลักดันระดับราคาให้สูงขึ้น และ 4) ภาระหนี้ที่ทรงตัวสูงที่ร้อยละ 96 ของจีดีพี  อาจจะถ่วงเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2015 ต่อไป แต่ค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ก็จะมีส่วนช่วยด้านการค้าระหว่างประเทศและดุลบัญชีเดินสะพัดได้

ประเด็นที่สำคัญของเศรษฐกิจยูโรโซน คือ ท่าทีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต่อมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมา ECB ได้ออกมาตรการปล่อยสินเชื่อระยะยาวหรือ TLTROs และโครงการเข้าซื้อพันธบัตรเอกชนหรือ ABS/Covered Bond Purchase เพื่อดันงบดุลของ ECB ให้เข้าใกล้ระดับในปี 2012 อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่ามาตรการทั้งสองอาจจะไม่เพียงพอที่จะดันงบดุลไปถึงเป้าหมาย 1.3 ล้านล้านยูโร และจากถ้อยแถลงของประธาน ECB ที่ยังให้ความกังวลต่อเงินเฟ้อ จึงคาดว่าเราคงจะเห็นมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม โดยการทำ Public QE น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด

สำหรับอัตราการขยายตัวของยูโรโซนในปี 2015 นี้ เรามองว่าน่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.2 โดยความตึงเครียดทางการคลัง (Fiscal Austerity) มีแนวโน้มผ่อนคลายขณะที่ค่าเงินยูโรซึ่งอ่อนค่าจะช่วยหนุนการส่งออกได้ทางหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย