
อสังหาฯ-ประกันชีวิตเสี่ยง
S&P จัดกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มประกันชีวิตมีความเสี่ยงระดับกลาง ตามความเสี่ยงเศรษฐกิจประเทศ
S&P จัดกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มประกันชีวิตมีความเสี่ยงระดับกลาง ตามความเสี่ยงเศรษฐกิจประเทศ
บริษัท สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ เรทติ้ง เซอร์วิสเซส (S&P) ได้จัดอันดับเครดิตของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และประกันชีวิตในไทยว่ามีความเสี่ยงระดับกลางสะท้อนความเสี่ยงประเทศไทย จากความเสี่ยงเศรษฐกิจ ความเสี่ยงด้านการเมือง ความเสี่ยงจากระบบการเงิน วัฒนธรรมการใช้จ่าย และกฎเกณฑ์รวมถึงกฎหมาย
ทั้งนี้ มีการพิจารณากลุ่มประกันชีวิตจากอัตราการเติบโตที่คาดหวัง และความสามารถในการทำกำไร (จากผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น) พร้อมกันนี้มีการประเมินจากความเสี่ยงด้านผลิตภัณฑ์ มีความเป็น
กลางต่ออุปสรรคและการเข้ามาของคู่แข่งขัน นอกจากนั้นการดำเนินงานและความยั่งยืนขององค์กรแข็งแกร่ง
น.ส.เติมพร ตันติวิวัฒน์ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มที่อยู่อาศัยที่น้อยกว่าตลาด โดยประเมินว่าภาพรวมของกลุ่มในปีนี้จะอ่อนตัวทั้งยอดขายและยอดเปิดโครงการใหม่ แม้ในปี 2558 คาดว่ายอดขายจะฟื้นตัวแต่ยังไม่เท่าช่วงปีที่ดีที่สุดและไม่ช่วยหนุนผลประกอบการและรายได้ประจำในปี 2559
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ลงทุนในหุ้น บริษัท ศุภาลัย (SPALI) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) (AP) บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) แม้คาดว่าหุ้นขนาดใหญ่ปัจจัยพื้นฐานดี ในกลุ่มอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนไม่มากแต่ชอบที่ SPALI และ AP มีอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องดีในระยะยาวถึงปี 2559 จากงานในมือที่รอรับรู้รายได้
ขณะที่ LPN เด่นในปี 2558 จากการเติบโตของกำไรต่อหุ้น ที่สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ GOLD มีประเด็นบวกจาก บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน (KLAND) ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เดือน พ.ย. ฟื้นตัวจากเดือน ต.ค. แต่ยังคงอ่อนตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
Agency for Real Estate Affairs (AREA) รายงานตัวเลขที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ของเดือน พ.ย. ที่เท่ากับ 13,195 หน่วย เพิ่มขึ้น 67% จากเดือน ต.ค.และ ลดลง 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 83% เป็นหน่วยคอนโดมิเนียมที่เหลือเป็นโครงการแนวราบ
นอกจากนี้บริษัทที่เปิดโครงการในเดือนนี้ เช่น บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) SPALI LPN และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) และที่เหลือเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยโดยมีมูลค่าตลาดรวมเท่ากับ 38,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากเดือน ต.ค. แต่ลดลง 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ราคาขายเฉลี่ยต่อยูนิตเท่ากับ 2.92 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ปี 2557 จำนวนลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมูลค่าลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงมากกว่าคาดเดิม
ขณะที่ปีนี้เป็นปีที่ภาพรวมกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีช่วงที่ดีเพียงไตรมาสเดียว คือไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวเด่นและมีความต้องการคงค้างสูง ส่งผลให้คาดว่าปีนี้ยอดขายของกลุ่มจะลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 2 แสนล้านบาท
ด้านผลกระทบทำให้คาดว่าจำนวนที่อยู่อาศัยที่เปิดขายใหม่จะแนวโน้มปรับลดลงสอดคล้องกัน โดยคาดจำนวนเปิดขายใหม่เท่ากับ 105,000 หน่วย หรือลดลง ประมาณ20% เมื่อเปรียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าเท่ากับ 3.3 แสนล้านบาท หรือลดลงประมาณ 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดทำไว้ที่ 117,000 หน่วย มูลค่าเท่ากับ 3.5 แสนล้านบาท







