
ธนชาตมองหุ้น3เดือนหน้าผันผวนสูง
ธนชาต มองลงทุนทั้งใน-นอก 3 เดือนหน้าต้องระมัดระวัง “กรุงไทย” ชี้หุ้นปรับฐานน่าซื้อ
ธนชาต มองลงทุนทั้งใน-นอก 3 เดือนหน้าต้องระมัดระวัง “กรุงไทย” ชี้หุ้นปรับฐานน่าซื้อ
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุนในปี 2558 มองว่าราคาน้ำมันและค่าเงินจะมีความผันผวนสูงมาก ในขณะที่เศรษฐกิจในประเทศที่คาดไว้ว่าจะดีตอนนี้ทุกคนก็เริ่มกังวลว่าอาจไม่ดี จึงเป็นโจทย์ของรัฐบาลที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ
สำหรับตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นต่างประเทศยังมีแนวโน้มที่ดี แต่ต้องเลือกในบางประเทศ โดยมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังดี รองลงมาญี่ปุ่น ส่วนยุโรปยังต้องใช้เวลาฟื้นเศรษฐกิจ ส่วนหุ้นไทยจะมีความผันผวนมากขึ้น แต่ยังเป็นโอกาสของกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ บริษัทจึงจะออกกองลงทุนหุ้นไทยมากขึ้น
“ปีหน้ากำไรบริษัทจดทะเบียนคาดว่าจะเติบโต 12% โดยมองเป้าดัชนีระดับ 1,700 จุด” นายบุญชัย กล่าว
สำหรับมุมมองของ บลจ.ธนชาต มองว่าปัจจัยการลงทุนทั้งในและต่างประเทศในระยะสั้นค่อนข้างเปราะบางผันผวน ควรใช้ความระมัดระวังสำหรับในระยะเวลา 3 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากยุโรปและเอเชีย การลงทุนในหุ้นจึงให้ผลตอบแทนดีกว่าตราสารหนี้ โดยหุ้นต่างประเทศน่าสนใจกว่าหุ้นในประเทศ ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการลงทุนระยะยาวในหุ้นไทยและต่างประเทศ จึงควรหาโอกาสทยอยเข้าลงทุน
ด้านการลงทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคตเช่นกัน สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยควรลงทุนในกองทุนปิดตราสารหนี้ที่ไม่ผันผวนตามราคาตลาด
น.ส.สุภากร สุจิรัตนวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยมองเป้าหมายดัชนีในปี 2558 อยู่ที่ 1,680 จุด สัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) ที่ 15.5 เท่า แม้มีการปรับการขยายตัวของกำไรในปี 2558 เพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 17% แต่เนื่องจากฐานกำไรของปี 2557 ปรับลดลงโดยคาดว่าขยายตัวเพียง 4.5% จากเดิมมองไว้ 11% ส่งผลให้กำไรตลาดรวมในปี 2558 ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
“ดัชนีที่ปรับฐานลงมาในช่วงนี้เป็นโอกาสเข้าลงทุน เพื่อสร้างโอกาสในการทำกำไรได้เพิ่มขึ้นในปี 2558 เนื่องจากตลาดมีปัจจัยหนุนการลงทุนในไตรมาสแรกปี 2558 มาจากตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่จะทยอยประกาศออกมามีแนวโน้มที่ดีเพิ่มขึ้นหลังจากที่ผิดหวัง เพราะมีความล่าช้าในการฟื้นตัว” น.ส.สุภากร กล่าว
นอกจากนี้ คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2557 จะออกมาและมีแนวโน้มที่ดีเพิ่มขึ้น ประกอบกับสภาพคล่องโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง นโยบายการเงินยังอยู่ในลักษณะผ่อนคลาย เป็นปัจจัยหนุนต่อการลงทุนในตลาดหุ้น ขณะที่ปัจจัยลบคือความผันผวนของตลาดหุ้นใหญ่และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่จะกระทบต่อการลงทุนทั่วโลก
น.ส.สุภากร กล่าวว่า ในช่วงต้นปีดัชนีจะกลับมาแกว่งตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากผลกระทบจากราคาน้ำมันได้จบลง โดยมีเป้าหมายแรกที่ 1,624 จุด ในไตรมาสแรกปี 2558 โดยต้องจับตาการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 28 ม.ค.และ 11 มี.ค. คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประชุมวันที่ 27-28 ม.ค. และ 17-18 มี.ค. คาดคงนโยบายดอกเบี้ยต่อ ส่วนการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 22 ม.ค.และ 5 มี.ค. คาดว่าจะเห็นการออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี)







