
‘ชฎา’ หนุนอาเซียน พัฒนาเอสเอ็มอี
วัฒนศิริธรรม อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้บทบาทใหม่ในฐานะประธานกรรมการและคณะกรรมการบริหาร
โดย...คุณหญิงชฎา
วัฒนศิริธรรม อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้บทบาทใหม่ในฐานะประธานกรรมการและคณะกรรมการบริหาร สถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวถึงทิศทางและนโยบายของสถาบันคีนันในปี 2558 ว่า คีนันจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการ 4 ด้าน คือ การพัฒนาเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินให้กับกลุ่มบุคคลต่างๆ รวมทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สนับสนุนนวัตกรรมด้านการศึกษา การให้ความรู้ด้านสาธารณสุข และโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมภาคธุรกิจให้ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ในปี 2558 เป็นปีที่กลุ่มประเทศอาเซียนจะมีการรวมตัวเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งคีนันมองว่าการรวมกลุ่มดังกล่าวไม่ใช่การแข่งขันกันของแต่ละประเทศ แต่จะเป็นการสร้างเครือข่าย หรือเน็ตเวิร์กระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนให้แข็งแรง และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอาเซียนให้แข็งแกร่งได้อย่างไร เพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน แนวทางที่วางไว้จึงเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจผ่านผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอีในไทย หรือในกลุ่มประเทศอาเซียน ต่างมีปัญหาเดียวกัน คือ ไม่ได้รับการดูแลที่เพียงพอ ทั้งแหล่งเงินทุนและนวัตกรรมใหม่ๆ จึงจะมีการผลักดัน ASEAN SME Regional Development Fund ให้เกิดขึ้นได้เป็นรูปธรรม เพื่อเป็นแหล่งเงินต้นทุนต่ำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอาเซียน
ปัจจุบันพิมพ์เขียวการจัดตั้ง ASEAN SME Regional Development Fund ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ต่อไปจึงเป็นขั้นตอนการหาข้อตกลงร่วมของประเทศสมาชิกในด้านต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการ วิธีการระดมทุน และการจัดสรรเงินแก่เอสเอ็มอี เป็นต้น ถือเป็นเป้าหมายของคีนันที่จะผลักดันให้กองทุนดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
คุณหญิงชฎา กล่าวว่า การสนับสนุนแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการแก้ความเสียเปรียบด้านการแข่งขันของเอสเอ็มอี ขณะเดียวกันก็ต้องส่งเสริมด้านอื่นๆ ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะเรื่ององค์ความรู้ในด้านต่างๆ อาทิ สอนการวางแผนธุรกิจ วิธีจัดการด้านการเงิน การทำบัญชี และการตลาด รวมถึงสนับสนุนให้เอสเอ็มอีนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“เอสเอ็มอีมีความเสี่ยงสูงและต้นทุนสูง การสนับสนุนเอสเอ็มอีจึงเป็นเรื่องจำเป็น แม้ว่าไทยจะมีการพัฒนาเอสเอ็มอีภายใต้โครงการของหน่วยงานต่างๆ แต่เอสเอ็มอีที่เข้าถึงความช่วยเหลือต่างๆ มีไม่มาก ประเด็นจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้การช่วยเหลือไปถึงมือเอสเอ็มอีมากที่สุด เพราะเอสเอ็มอีมีจำนวนมาก แม้ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ จะดำเนินโครงการสนับสนุนเอสเอ็มอี แต่ปัญหาคือขาดความต่อเนื่อง จึงทำให้การพัฒนาเอสเอ็มอีไม่คืบหน้ามากนัก” คุณหญิงชฎา กล่าว







