
7เทรนด์เปลี่ยนโลก2558 ยุคเจนวาย-เบบี้บูมครองเมือง
ใกล้ผ่านพ้นปี 2557 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปี 2558 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า การเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนโลกธุรกิจของคน “เจนวาย” จะชัดมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ควบคู่ไปกับการที่เทคโนโลยียุคใหม่ๆ แทรกซึมไปในพฤติกรรมผู้บริโภคทุกวัย โดยภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คาดว่า ปี 2558 มี 7 พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกที่ต้องจับตามอง
ใกล้ผ่านพ้นปี 2557 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปี 2558 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า การเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนโลกธุรกิจของคน “เจนวาย” จะชัดมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ควบคู่ไปกับการที่เทคโนโลยียุคใหม่ๆ แทรกซึมไปในพฤติกรรมผู้บริโภคทุกวัย โดยภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คาดว่า ปี 2558 มี 7 พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกที่ต้องจับตามอง
วิทวัส รุ่งเรืองผล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ใน 7 พลังที่จะกล่าวถึง “เจนวาย” (เกิดในช่วงปี 2524-2553) ถือเป็น 1 ใน 7 พลังที่ก่อให้เกิดพลังอื่นๆ ที่เปลี่ยนโลก เพราะกลุ่มคนเจนวายมีจำนวนประชากรเป็น 1 ใน 3 ของประชากรโลก หรือประมาณ 2,400 ล้านคน ซึ่งถือเป็นผู้บริโภคกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด กลุ่มนี้จึงมีพลังในการ
ขัับเคลื่อนเทรนด์ โดยพลังของเจนวาย ทำให้เกิดพลังนวัตกรรม พลังดิจิทัลไลฟ์ พลังเศรษฐกิจสีเขียวและกระแสรักสุขภาพ พลังเอเชียภิวัฒน์ และพลังวิถีคนเมือง
ขณะที่ในประเทศไทยมีการคาดการณ์ว่า เจนวายของไทยมีศักยภาพในการใช้จ่ายใกล้เคียงเจนเอ็กซ์ (เกิดในช่วงปี 2509-2523) แม้จะมีอายุที่น้อยกว่า โดยจะเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์คล่องตัวในเทคโนโลยีการทำงานจะต้องการเลื่อนขั้นเร็ว การใช้จ่าย ใช้เงินเก่ง ฉลาดซื้อ ไม่ชอบใช้เงินสด และยังกล้าลงทุนในธุรกรรมการเงินที่มีความเสี่ยงสูง
“ความฉลาดของคนเจนวาย ทำให้บริษัททุกระดับล้วนอยากได้มาร่วมงาน แต่เมื่อได้มาแล้ว แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ก็ตาม ยังเอาคนกลุ่มนี้ไม่อยู่ นี่คือโจทย์ที่ท้าทายในปีหน้า ทั้งในเชิงการบริหารองค์กรที่จะต้องเอาคนเจนวายให้อยู่ และในเชิงการทำตลาด ก็ต้องเอาผู้บริโภคเจนวายให้อยู่เช่นกัน” วิทวัส กล่าว
สำหรับพลังที่ 2 นวัตกรรม แม้จะได้ยินคำว่านวัตกรรมมายาวนาน แต่นับจากนี้สินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมจะมีโอกาสอยู่รอดได้มากกว่าสินค้าทั่วไป โดยนวัตกรรมเป็นทั้งสิ่งที่เจนวายเป็นผู้คิด และเป็นทั้งสิ่งที่เจนวายต้องการเสพ โดยในส่วนของการเป็นผู้คิด เป็นผู้ขายไอเดีย ในอดีตต้องมีเงินก่อนจึงจะมีไอเดีย แต่ยุคนี้ถ้ามีไอเดียที่ใช่และทำได้จริง ทุนไม่ใช่เรื่องยาก
วิทวัส กล่าวว่า ส่วนพลังที่ 3 ชีวิตดิจิทัลเป็นเทรนด์ที่ชัดเจนที่สุด โดยปีหน้านักการตลาดต้องใช้สื่อดิิจิทัลให้เป็นสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจและแนบเนียนขึ้น โดยนับจากนี้ไม่มีสื่อใด สื่อเดียวที่จะเอาคนอยู่ กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ แม้จะมีผู้มีอำนาจที่ควบคุมช่วงเวลาของทุกช่องทีวีได้ แต่ไม่สามารถควบคุมคนดูได้ เพราะคนจะปิดทีวีและไปดูยูทูบแทน พลังที่ 4 เศรษฐกิจสีเขียวและกระแสรักสุขภาพจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เพราะพลังของคนเจนวายที่ทำให้เกิดกระแสเหล่านี้
เช่นเดียวกับพลังที่ 5 เอเชียภิวัฒน์ ที่เอเชียมีบทบาทสำคัญทางธุรกิจโลก แบรนด์ใครที่ชนะในเอเชียได้เท่ากับจะชนะในตลาดโลก ดังนั้น ถ้าถามว่าแบรนด์ไหนจะมาต้องถามก่อนว่า แบรนด์ไหนที่ได้รับความนิยมของกลุ่มเจนวายในเอเชีย นั่นคือคำตอบของแบรนด์ที่จะก้าวติดอันดับโลก พลังที่ 6 วิถีคนเมือง เข้าไปตีสังคมชนบทอย่างจริงจัง เช่น เกษตรกรรุ่นใหม่ไม่ได้ฟังวิทยุเหมือนเดิม ใช้มือถือเล่นไว-ไฟ เล่นไลน์ตอนขับแทรกเตอร์ ฯลฯ มีผลให้รสนิยมเปลี่ยน
ท้ายสุดพลังที่ 7 ที่เจนวายไม่ได้ส่งพลังให้เกิด แต่เป็นเทรนด์ที่ต้องจับตาคือ “สังคมผู้สูงอายุ” เป็นตลาดใหญ่ไม่แพ้เจนวาย กลุ่มนี้คือเบบี้ บูม (เกิดในช่วง 2489-2508) มีประชากร 1,200 ล้านคน หรือ 17% ของประชากรโลก เป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง ตัดสินใจง่าย เชื่อเพื่อนก๊วนเดียวกัน ธุรกิจมาแรงกลุ่มนี้ ได้แก่ สินค้าและบริการสุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว
อาจกล่าวได้ว่า เจนวาย และเบบี้ บูม จะเป็น 2 กลุ่มสำคัญที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ธุรกิจในปีหน้า







