
Digital Economy ของบริษัทในประเทศไทย
Digital Economy ถือว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลไทยเริ่มเอาจริงเอาจังและผลักดันกันมากขึ้น โดยปีหน้าโปรเจกต์ส่วนใหญ่ในเรื่องเทคโนโลยีจะมุ่งไปด้าน Digital Economy ทั้งนั้น
Digital Economy ถือว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลไทยเริ่มเอาจริงเอาจังและผลักดันกันมากขึ้น โดยปีหน้าโปรเจกต์ส่วนใหญ่ในเรื่องเทคโนโลยีจะมุ่งไปด้าน Digital Economy ทั้งนั้น
ความเข้าใจใน Digital Economy ของบริษัทในประเทศไทย
หากวันนี้เราอยากเห็นบริษัทในประเทศไทยมีการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจมากกว่านี้ คงต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความเข้าใจตั้งแต่ผู้ที่มีอำนาจให้มีความเป็น Digital Thinking โดยองค์กรที่ชำนาญใช้เทคโนโลยีในบริษัทนั้น มักจะไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจได้ ดังนั้นบริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเข้าใจ Digital Economy ได้ช้ามาก ซึ่งจุดนี้ทำให้ทุกวันนี้เรามีบริษัทเล็กๆ ที่ก้าวกระโดดโตขึ้นมาเป็นบริษัทขนาดกลางได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เพียงแค่เทคนิคบางส่วนของ Digital Economy มาขับเคลื่อนบริษัทให้แซงระบบเก่าได้
การรับรู้ข่าวสารของคนในสังคมไทย
เป็นที่น่าแปลกในเมื่อประเทศไทยติดอันดับการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะสื่อ Social Media มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่กลับไม่สามารถนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาผลักดันให้เกิด Digital Economy Ranking ให้สูงขึ้นมาได้ ซึ่งนี่แหละครับคือสิ่งที่เราต้องกลับมาหวนคิดว่า หากเราจะเร่งความเร็วในการใช้สื่อต่างๆ เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว เราคงต้องเปลี่ยนวิธีคิดและใช้สื่อให้เป็นแบบ Digital Thinking และเลิกต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
ก้าวกระโดดแบบ Digital Thinking
ต้องเริ่มที่การทำ Research and Development (R&D) ก่อนเป็นอันดับแรก คือ ต้องมีการวิจัยและการพัฒนาไปข้างหน้า และเอาของเก่ามาปรับปรุง หรือหากใช้มา 10-20 ปีแล้วไม่ได้ผล ก็ให้ทิ้งไปเลย เขียนโปรแกรมใหม่ จัดระบบงานเดิมที่ซับซ้อนให้ Smart และวันนี้ข้อมูลที่เยอะกว่าจะไม่ชนะเกมธุรกิจเสมอไป หากแต่ต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการคิดแบบ Digital Thinking คือ ใช้พลังวิเคราะห์ข้อมูล (Analytical Power) ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมากที่จะวัดว่าใครเก่งกว่ากัน







