posttoday
กลุ่มการบินกำไรฟื้น รับท่องเที่ยว-น้ำมันลง

กลุ่มการบินกำไรฟื้น รับท่องเที่ยว-น้ำมันลง

29 ธันวาคม 2557

กลุ่มการบินมีความหวังในช่วงท้ายปีที่เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ที่ราคาน้ำมันลดลงจากประมาณ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เหลือประมาณ 57 เหรียญสหรัฐ

กลุ่มการบินมีความหวังในช่วงท้ายปีที่เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ที่ราคาน้ำมันลดลงจากประมาณ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เหลือประมาณ 57 เหรียญสหรัฐ

ท่องเที่ยวฟื้น

“พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) เปิดถึงแผนงานปี 2558 ว่า ได้กำหนดเป้าหมายผลการประกอบการจะมีกำไร โดยวางเป้าหมายจะมีจำนวน
ผู้โดยสารเติบโตขึ้น 11% จากปี 2557 ที่ทำได้ที่ประมาณ 4.7 ล้านคน อัตรากำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้จ่าย (อีบิตด้ามาร์จิ้น) ตั้งเป้าหมายจะกลับ
สู่ระดับปกติที่ 25% ดีขึ้นจากปีนี้ที่ประมาณ 18-19% ขณะที่อัตราบรรทุกผู้โดยสารปรับดีขึ้นเป็น 70% ขึ้นไป จากช่วง 9 เดือนแรกปี 2557 อยู่ที่ 63-64%

เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกภาพการท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้นกลับสู่ภาวะปกติจากก่อนหน้าที่มีความวุ่นวายทางการเมือง ปัจจุบันบริษัทมียอดจองตั๋วเดินทางล่วงหน้าจากลูกค้าประมาณ 1 ล้านคน ในช่วง 11 เดือนข้างหน้า หรือเป็นสัดส่วนราว 20% ของอัตราความสามารถในการให้บริการเที่ยวบิน เพิ่มจากช่วงกลางปี 2557 ที่มียอดจองล่วงหน้า 11 เดืิอน จากลูกค้าเข้ามาประมาณ 6 แสนคนเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ายุโรปซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทสัดส่วนประมาณ 60-70%

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนถือหุ้นในบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) สัดส่วนประมาณ 7%
ซึ่งได้กำไรจากเงินปันผลรับประมาณ 200 ล้านบาท/ปี อีกทั้งยังลงทุนถือหน่วยกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) อีกสัดส่วน
25% ซึ่งได้กำไรจากเงินปันผลรับอีกประมาณ 300 ล้านบาท/ปี

“เราวางตำแหน่งเป็นสายการบินพรีเมียมไม่ใช่ต้นทุนต่ำ เน้นบริการดูแลผู้โดยสารเต็มรูปแบบ ทำราคาตั๋วต่างจากคู่แข่ง ส่วนธุรกิจของ BA มีอีกขาคือการลงทุนที่ต่างจากคนอื่น เพราะธุรกิจเรามีกระแสเงินสดจึงไปลงทุนซื้อกับกองทุนด้วยเข้าช่วยค้ำจุนธุรกิจ จึงต่างจากคนอื่นที่จะมีแค่ธุรกิจการบินขาเดียว ถ้ามีผลกระทบอะไรจะโดนแรงกว่า”

บริษัทมีจุดแข็งจากร่วมมือกับพันธมิตรกับสายการบินจำนวน 80 แห่ง โดยยังมีข้อตกลงเที่ยวบินร่วมอีกจำนวน 16 แห่ง อีกทั้งบริการที่เต็มรูปแบบแตกต่างจากสายการบินต้นทุนต่ำ ขณะที่การเดินทางเข้ามา
ท่องเที่ยวของต่างชาติ บริษัทประกันเริ่มทยอยกลับมารับทำประกันให้นักท่องเที่ยวแล้วแม้จะยังไม่ได้ยกเลิกกฎอัยการศึก

ด้านนโยบายการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันล่วงหน้า (Hedging) ปัจจุบันทำไว้สัดส่วนประมาณ 50% ของปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในช่วง 3 ไตรมาสล่วงหน้าที่ราคาเฉลี่ยน้ำมันอากาศยานที่ราว 105-106 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้นิ่งเพื่อบริหารอัตรากำไรจากราคาขายตั๋ว ซึ่งปกติจะล่วงหน้าประมาณ 10-11 เดือน
ดังนั้นไม่มีนโยบายเก็งกำไรจากการ Hedging ซึ่งวางกรอบนโยบายไว้ไม่เกิน 70% โดยจะพิจารณาทำตามความเหมาะของสถานการณ์

สำหรับการใช้กฎอัยการศึกของไทยขณะนี้มองว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของต่างชาติ เพราะการเดินทางท่องเที่ยวยังทำได้ปกติ ไม่ได้มีภาพความเข้มงวดในการดูแลและปราบปราม ต่างจากต่างประเทศที่หากประกาศกฎอัยการศึกจะมีความวุ่นวายจนไม่สามารถอยู่ได้ บวกกับบริษัทประกันเริ่มกลับมารับทำประกันนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยแล้ว ส่วนคดีเกาะเต่าก็ไม่กระทบ เพราะทุกประเทศมีเหตุการณ์แบบนี้หมดแม้ในเมืองใหญ่

AAV ปีหน้าฟื้น

“ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) กล่าวว่า เป้าหมายในปี 2558 จะมีจำนวนผู้โดยสารมากกว่า 14 ล้านคน จากปี 2557 ที่ทำได้เกินเป้าหมายที่ 12.1 ล้านคน โดยลูกค้ากลุ่มหลักยังเป็นชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยสายการบินไทยแอร์เอเชียยังได้เพิ่มบริการต่อเที่ยวบินต่อเครื่องที่ดอนเมือง เพื่อขยายตลาดการท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น ถือเป็นจุดแข็งเพื่อรักษาความเป็นผู้นำสายการบินราคาประหยัดอันดับหนึ่งของเอเชีย

ขณะที่กำไรของในปี 2558 มีโอกาสฟื้นกลับมาดีกว่าที่ 1,960 ล้านบาท จากทั้งปี 2557 ที่คาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไร สำหรับงบของสายการบินไทยแอร์เอเชียที่ AAV ถือหุ้น 100% จากช่วง 9 เดือนที่ขาดทุน 246 ล้านบาท จากผลกระทบจากปัจจัยการเมือง ขณะที่อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร ตั้งเป้าที่ 83% ดีขึ้นจากปี 2557 ที่ 80% หลังจากรับมอบเครื่องบินเข้ามาอีก 5 ลำ ส่งผลให้สิ้นปี 2558 จะมีจำนวนเครื่องบิน 45 ลำ และจะทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2560 ก็จะเพิ่มจำนวนเป็น 60 ลำ

ด้านราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลงช่วงกลางเดือน ก.พ.  2558 จะได้รับประโยชน์เพราะบริษัทขายตั๋วล่วงหน้าไปแล้วสัดส่วน 30-35% และบางส่วนทำประกันความเสี่ยงไว้ รวมทั้งจะพิจารณาลดค่าธรรมเนียมน้ำมัน จากปัจจุบันเก็บอยู่ 600-700 บาท/เที่ยว

บริษัทยังมีแผนรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ใหม่ ประจำการฝูงบินอีก 5 ลำ เพื่อเน้นให้บริการตลาดภายในประเทศที่ยังเติบโตได้ดี ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไทยแอร์เอเชียเปิดสำรองที่นั่ง 3 เส้นทางบินใหม่ คือ จากกรุงเทพฯ สู่น่าน เลย และร้อยเอ็ด 2 เที่ยวบิน/วัน โปรโมชั่นต่อเที่ยวเพียง 333 บาท มองว่าการท่องเที่ยวปีหน้าคนต้องการความแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์ จึงเชื่อว่า 3 เส้นทางใหม่จะตอบโจทย์ได้อย่างดี

นอกจากนั้น ยังอยู่ระหว่างศึกษาเปิดจุดบินในประเทศเพิ่มเติมอีก ซึ่งขณะนี้จังหวัดที่มีสนามบินที่รองรับเครื่องบินแอร์บัส 320 ได้แก่ ชุมพร ระนอง และบุรีรัมย์ อีกทั้งเตรียมเปิดเส้นทางบินไปต่างประเทศเพิ่มเติม โดยอาจใช้เชียงใหม่ กระบี่ และภูเก็ต เป็นฐานต้นทางแทนดอนเมือง และเตรียมเส้นทางบินใหม่ในจีน ได้แก่ ซัวเถา หนานหนิง เฉิ่นหยาง และเซี่ยเหมิน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมือง เพราะปัจจุบันจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ยังไม่ลดคำเตือนนักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทย เนื่องจากยังมีการบังคับใช้กฎอัยการศึก

“ภาพรวมธุรกิจปีนี้อ่วมตั้งแต่เราทำธุรกิจมา 11 ปี ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้ ส่วนกฎอัยการศึกก็ยังไม่ยกเลิก มองปีหน้านักท่องเที่ยวจีนกลับมาคึกคัก หรือนักท่องเที่ยวชินกับสถานการณ์การเมือง คงทยอยกลับมาเที่ยว น้ำมันที่ลดลงจะช่วยชดเชยนักท่องเที่ยวที่หายไปและกำไรน่าจะมากกว่าปี 2556” ธรรศพลฐ์ กล่าว

NOK กำไรไตรมาส 4

แหล่งข่าวจากผู้บริหารบริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) คาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส  4 ปี 2557 มีโอกาสจะถึงจุดคุ้มทุนหรือพลิกมามีกำไรได้เล็กน้อยจาก 9 เดือนแรกของปี 2557 ที่มีขาดทุนสุทธิ 491 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนประกอบด้วย จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้หากอ้างอิงราคาน้ำมันดิบเบรนต์ราคาปรับลดลงมาปัจจุบันอยู่ที่ 60-61 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทยอยจากระดับราคาที่เคยสูงที่ประมาณ 90-100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลบวกให้ราคาน้ำมันอากาศยานซึ่งเป็นต้นทุนหลักสัดส่วนประมาณ 30% ของธุรกิจบริษัท ขณะนี้ราคาลงมาเหลือที่ประมาณ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทยอยปรับลดลงจากระดับ 102-105 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งนี้ ประเด็นบวกดังกล่าวส่งให้ต้นทุนน้ำมันในไตรมาส 4 ปี 2557 จะลดลงประมาณ 20-30% หรือหากคิดเป็นต้นทุนรวมจะลดลงประมาณ 5% ขณะที่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันล่วงหน้า (Hedging) ทยอยลดลงอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมันเป็นทิศทางขาลง จากช่วง 6 เดือนก่อนหน้าที่ทำไว้สัดส่วนประมาณ 30-40% ปัจจุบันปรับลดงเหลือประมาณ 10% ของปริมาณที่ใช้ ขณะที่นโยบายการทำ Hedging ราคาน้ำมันต้องพิจารณาประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยบวกจากอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยในไตรมาส 4 ปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของฤดูกาลเดินทางและท่องเที่ยว ส่งผลให้เพิ่มเป็นประมาณ 86-87% เพิ่มจากช่วง 9 เดือนแรกปี 2557 ที่เฉลี่ย 80% ส่งผลให้เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 83-84% เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ได้ 78% ทั้งนี้บริษัทสามารถเพิ่ม Cabin Factor ในปี 2557 ได้แม้ในว่าในปีนี้จะมีการรับมอบเครื่องบินให้จำนวน 8 ลำ หรือมีจำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้นราว 20% จากปี 2556 ที่ฝูงบินมีจำนวนเครื่องบินจำนวน 16 ลำ ประกอบกับในปีนี้ยังมีการเพิ่มเส้นทางการบินใหม่ อีกทั้งมีการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่

“ตัวเลขขาดทุนที่เห็น 9 เดือนทั้งปี 2557 คงไม่เพิ่มขึ้นหรืออาจลดลง เพราะไตรมาส 4 นี้มีโอกาสถึงจุดคุ้มทุนหรือกำไรได้นิดหน่อย เพราะปัจจัยหลักที่ต้นทุนน้ำมันลดลงกับ Cabin Factor เพิ่มขึ้น แม้ปีนี้เราจะรับมอบเครื่องบินใหม่อีก 8 ลำ โดยปีนี้เราบุกเต็มที่ ทั้งออกแคมเปญเพื่อดัน Cabin Factor รวมถึงเพิ่มเส้นทางบินใหม่” แหล่งข่าวเปิดเผย

สถานการณ์การแข่งขันด้านราคาตั๋วเครื่องบินของอุตสาหกรรมสายการบินต้นทุนต่ำในปี 2557 มีความรุนแรงต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่งผลให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายตั๋วเฉลี่ยลดลงเหลือประมาณ 1,300 บาท/
ที่นั่ง จากปี 2556 ที่ 1,500-1,600 บาท/ที่นั่ง แต่ยังสามารถรักษาราคาขายได้สูงกว่าอุตสาหกรรมที่ประมาณ 100-200 บาท/ที่นั่ง เพราะบริษัทถือเป็นสายการบินพรีเมียมในอุตสาหกรรมสายการบินต้นทุนต่ำ

“จรัมพร โชติกเสถียร” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย (THAI) กล่าวว่า หลังคณะกรรมการ (บอร์ด) อนุมัติหลักการแผนปฏิรูปองค์กรมอบหมายให้ฝ่ายบริหารนำไปแก้ไขปรับปรุงตามที่บอร์ดให้ความเห็น น่าจะส่งแผนปฏิรูปให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด พิจารณาได้ภายในสิ้นปี 2557

สำหรับแนวทางดำเนินการของแผนปฏิรูป จะมีการเพิ่มรายได้ทุกช่องทางทั้งผ่านตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสาร และการขายผ่านอินเทอร์เน็ต พร้อมกับงดบินจุดบินชั่วคราวในบางเส้นทางขาดทุน ได้แก่ กรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก เป็นต้น ซึ่งหากบริษัทฟื้นตัวได้แล้วก็จะกลับมาเปิดบินอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มความถี่ในจุดบินหลัก รวมทั้งปรับโครงสร้างองค์กรที่สามารถทำให้การตัดสินใจทำได้เร็วขึ้นเพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ตามแผนงานบริษัทยังมีกำหนดให้สายการบินไทยสมายล์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการบินไทย โดยวางตำแหน่งสายการบินไทยสมายล์ไว้เป็นส่วนเสริมของบริการการบินไทยในลักษณะ Feeder ที่จะมีเส้นทางการบินเชื่อมต่อกับเส้นทางของการบินไทย และบริษัทจะมีการทบทวนแผนรับมอบเครื่องบินใหม่ในปี 2558

โดยปัจจุบันบริษัทมีเครื่องบินที่ปลดระวางแล้วจำนวนกว่า 10 ลำ ซึ่งอยู่ในกระบวนการขาย ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการบันทึกการด้อยค่าของทรัพย์สินหรือเครื่องบินที่ยังขายไม่ได้

ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2557 จำนวนผู้โดยสารโดยรวมลดลงเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะผู้โดยสารจากยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ดีนัก ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยให้ต้นทุนลดลง แต่จะมากน้อยเพียงใดขึ้นกับขนาดของทำประกันความเสี่ยง

“ดูในแผนจะมีเรื่องที่ต้องทำเยอะ ปีหน้าต้องดีขึ้ันจากปีนี้แน่นอน คือกำไรจากผลการดำเนินงาน แต่อย่าลืมเราก็มีต้นทุนที่ต้องตัดจ่ายครั้งเดียว”

THAI ออกหุ้นกู้

รัช ตันตนันตา ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินองค์กร THAI กล่าวว่า บอร์ดได้อนุมัติให้บริษัทออกหุ้นกู้วงเงิน 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ชุด ได้แก่ อายุ 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.46% 4.76% และ 4.98% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังออกตั๋วแลกเงินมูลค่า 3,000 ล้านบาท และ Greenshoe Option ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท อายุ 6 เดือน เพื่อทดแทนตั๋วแลกเงินจำนวน 3,000 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในเดือน ม.ค. 2558 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินจะเสนอขายให้ผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งทริสเรทติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ A+

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย