
ผุดมาตรฐานร่วมคุมธุรกิจสปาอาเซียน
สมาคมสปาอาเซียนเร่งผลักดันมาตรฐานร่วม คาดนำร่องปลายปี 2558 คุมธุรกิจไร้มาตรฐาน
สมาคมสปาอาเซียนเร่งผลักดันมาตรฐานร่วม คาดนำร่องปลายปี 2558 คุมธุรกิจไร้มาตรฐาน
นายกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทยและผู้บริหารชีวาศรม อะคาเดมี เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมสปาของทุกประเทศในอาเซียนอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน เพื่อจัดทำมาตรฐานการให้บริการด้านสปาให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งภูมิภาค โดยระหว่างนี้อยู่ในช่วงทดลองและปรับเกณฑ์มาตรฐานให้มีความเข้าใจและเป็นที่ยอมรับร่วมกันในอาเซียน คาดว่าน่าจะตกลงเกณฑ์มาตรการกันได้และเริ่มใช้ในช่วงปลายปี 2558
“มาตรฐานตัวนี้ไม่ได้เป็นการบังคับเป็นความสมัครใจ แต่ใครที่ได้ใบรับรองมาตรฐานนี้ก็จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าว่าการให้บริการสปาได้มาตรฐานทั้งด้านบุคลากรและสถานที่ ขณะเดียวกันหากสปาใดที่เคยได้รับการรับรองแล้วไม่รักษามาตรฐานไว้ก็จะถูกลงโทษหรือยึดใบรับรองคืน ซึ่งจะกลายเป็นการคุมธุรกิจสปาที่ไม่ได้มาตรฐานอีกทาง” นายกรด กล่าว
ทั้งนี้ เกณฑ์การพิจารณาให้ใบรับรองดังกล่าว เบื้องต้นจะพิจารณาจากตัวผลิตภัณฑ์ว่ามีการรับรองแหล่งที่มาชัดเจน บุคลากรในสถานประกอบการผ่านการฝึกอบรมด้านการนวดสปาตามมาตรฐานมาหรือไม่ และสถานที่ว่ามีการจัดระเบียบสถานที่การให้บริการที่ดีแค่ไหน
นายกรด กล่าวว่า เทรนด์ธุรกิจเพื่อสุขภาพตอนนี้กำลังเปลี่ยนจากฝั่งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (อียู) หันเข้ามาทางอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะเทรนด์การกลับสู่วิถีธรรมชาติและการให้บริการแบบองค์รวมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับภูมิปัญญาไทยและประเทศไทยเองก็มีความพร้อมมากกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน รวมทั้งยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่มีองค์ความรู้และสามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ธุรกิจสปาของแต่ละประเทศต่างก็มีอัตลักษณ์และจุดเด่นของตัวเอง โดยคู่แข่งที่น่ากลัวในธุรกิจสปาของไทยขณะนี้คือ การนวดสปาแบบบาหลีของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งหากธุรกิจสปาไทยจะหนีคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียให้ได้ เรื่องมาตรฐานการให้บริการจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องมี
สำหรับชีวาศรมนั้นมีแผนจะขยายออกไปยังอินโดนีเซียและลาวต่อไป







