posttoday
‘NDR’ให้ส่วนลดถัวพีอีmaiสูง50เท่า

‘NDR’ให้ส่วนลดถัวพีอีmaiสูง50เท่า

26 ธันวาคม 2557

ปรึกษา NDR ชี้ต้องมีส่วนลดเยอะ เพราะพีอี เอ็ม เอ ไอ สูงลิ่ว 50 เท่า จ่อเข้ากลางปี 2558

ปรึกษา NDR ชี้ต้องมีส่วนลดเยอะ เพราะพีอี เอ็ม เอ ไอ สูงลิ่ว 50 เท่า จ่อเข้ากลางปี 2558

น.ส.วิจันทร์ รัตนกิตติอาภรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การตั้งราคาของบริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ (NDR) ประกอบธุรกิจผลิตยางรถจักรยานยนต์ทั้งยางในและยางนอก โดยมีกำหนดขายหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 65 ล้านหุ้น วันที่ 7-9 ม.ค.

บริษัทคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ช่วงกลางเดือน ม.ค. 2558 ว่า น่าจะมีการตั้งราคาให้ส่วนลดกับผู้ลงทุนได้มาก เนื่องจากปัจจุบันระดับอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ของ mai อยู่ที่ 50 เท่าแล้ว

ทั้งนี้ หากเทียบเคียงกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คือ บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) หรือ HFT และบริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) หรือ IRC

สำหรับทั้งสองบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย และมีพีอีเฉลี่ยอยู่ที่ 10 เท่า แต่จุดเด่นของ NDR คือ เป็นบริษัทที่ผลิตยางรถจักรยานยนต์คนไทยแห่งแรกที่เข้าตลาดหุ้น ต่างจากบริษัทอื่นที่มีบริษัทต่างชาติเป็นผู้ร่วมทุน และการรับรู้รายได้ไม่มีการพึ่งพิงลูกค้าเพียงรายเดียว

อย่างไรก็ดี มองว่าภาวะตลาดหุ้นในช่วงต้นปีหน้าน่าจะอยู่ในบรรยากาศไม่แตกต่างเหมือนตอนสิ้นปีนี้ที่หุ้นยังมีการเคลื่อนไหวไม่ได้ผันผวนมาก และยังมองว่าหุ้นไอพีโอยังจะได้รับผลตอบรับที่ดีต่อเนื่องจากปีนี้

นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ NDR กล่าวว่า การตั้งราคาหุ้นจะมีส่วนลดที่จูงใจให้กับนักลงทุนอย่างแน่นอน โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้หนี้เงินกู้จากธนาคาร และที่เหลือเป็นเงินทุนหมุนเวียน สำหรับเป้าหมายรายได้ปี 2558 มองว่าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีนี้ที่คาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 2556 ที่ทำได้ 820 ล้านบาท

เนื่องจากจะเริ่มบันทึกรายได้จากลูกค้าใหม่ในประเทศอินเดีย รวมถึงจะเริ่มบันทึกรายได้จากงานรับงานผลิต (โออีเอ็ม) ให้กับซูซูกิซึ่งเป็นลูกค้ารายใหม่ จากก่อนหน้านี้ที่ลูกค้าหลักเป็นฮอนด้าและยามาฮ่า และยืนยันเป้าหมายรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2559

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่กว่า 70% คือ ครอบครัวสัมฤทธิวณิชชา และยืนยันว่าไม่มีนโยบายขายหุ้นออกแม้หมดช่วงไซเรนท์ พีเรียด เพราะมั่นใจศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในอนาคต            

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน ตลท. ในหมวดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ในวันที่ 26 ธ.ค. 2557 รวมมูลค่าเสนอขาย 4,978.26 ล้านบาท

ทั้งนี้ LHSC ลงทุนในสิทธิการเช่าในอาคารศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ภายในศูนย์การค้าจากบริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้  ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ระยะเวลา 26 ปี สิ้นสุดเดือน ส.ค. 2583 มีพื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ 34,058 ตารางเมตร โดยมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วของรอบปีบัญชี

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย