
แม่ทัพใหม่มาสด้าไทย ‘ลงทุนเป็นหัวใจการเติบโต’
ได้ฤกษ์เปิดตัวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) คนใหม่ภายหลังเข้ารับตำแหน่งมาได้สักระยะจึงได้เปิดมุมมองและทิศทางการทำตลาดภายใต้การกุมบังเหียนของเขาหลังจากนี้
ได้ฤกษ์เปิดตัวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) คนใหม่ภายหลังเข้ารับตำแหน่งมาได้สักระยะจึงได้เปิดมุมมองและทิศทางการทำตลาดภายใต้การกุมบังเหียนของเขาหลังจากนี้
กลยุทธ์หลักคือการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่มีความชัดเจนตามแนวทาง “ซูม ซูม อย่างยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนและช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้แข็งแกร่งในตลาดไทยอย่างเช่นการแนะนำมาสด้า 2 เครื่องยนต์ดีเซล ภายใต้สุนทรีย์ เสริมด้วยกิจกรรมการตลาดสไตล์ซูม-ซูม เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเอง
นอกจากนี้ มาสด้าให้ความสำคัญเน้นคุณภาพของการบริการหลังการขาย รวมถึงอะไหล่ การอบรมพนักงานขาย ที่ปรึกษาการขาย ช่างเทคนิค เพื่อยกระดับให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ มาสด้า ทั่วโลกได้กำหนดไว้ และสิ่งที่จะขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย โดยคาดว่าปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 170 แห่ง จากปีนี้อยู่ที่ 160 แห่งทั่วประเทศ
สำหรับในสายตาของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ที่มีต่อประเทศไทยมีความสำคัญมากจึงยกระดับให้ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เป็นต้นแบบของมาสด้าทั่วโลก รวมถึงเป็นศูนย์กลางและเป็นตลาดหลักในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีใหม่มาจัดแสดง โดยเฉพาะเทคโนโลยีสกายแอ็กทีฟที่ได้ทยอยแนะนำสู่ตลาดไทย ซึ่งในปีหน้าจะมีการเปิดตัวอีโคคาร์รุ่นมาสด้า 2 โฉมใหม่ และมาสด้ากำลังผลักดันรถยนต์รุ่นอื่นๆ ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอ็กทีฟในตลาดไทย รวมถึงเป็นฐานส่งออกสำคัญของมาสด้า
ในช่วงที่ผ่านมา มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ไทยกลายเป็นตลาดหลักที่สำคัญของมาสด้าทั่วโลก และก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ของตลาดยอดขายสูงสุด และปัจจุบันไทยนับเป็นฐานการผลิตหลักระดับโลกของมาสด้า จากการลงทุนโครงการอีโคคาร์ โรงงานผลิตเกียร์และเครื่องยนต์เทคโนโลยีสกายแอ็กทีฟ เป็นแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น นอกจากโรงงานประกอบรถยนต์ในไทย
ทั้งนี้ มาสด้ามองภาพรวมอาเซียนนับเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตและขยายธุรกิจสูงที่สุด ทำให้มาสด้ามีนโยบายชัดเจนในการโฟกัสธุรกิจมายังอาเซียน โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ประกอบกับการสนับสนุนของภาครัฐต่ออุตสาหกรรมรถยนต์
“การลงทุนเป็นหัวใจหลักของการเติบโต ซึ่งหากย้อนหลังไปเรามีการลงทุนในโรงงานผลิตรถยนต์นั่งในปี 2549 วันนั้นเรามียอดขายอยู่ที่เพียง 1.4 หมื่นคัน/ปี ซึ่งการไม่หยุดเดินหน้าการลงทุนของเราทำให้เราเติบโตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะไหนก็ตามเรายังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าการลงทุน เพราะเราคิดว่าการหยุดนิ่งด้านการลงทุนทำให้เราไม่เติบโตนั่นเอง”
งานนี้คงจะต้องจับตาดู มาสด้า ในการกุมบังเหียนของประธานคนใหม่ท่านนี้ว่าจะรุกตลาดได้อย่างร้อนแรงแค่ไหน







