
บอร์ดอนุรักษ์เคาะงบ7พันลบ.ลุยโครงการปี58
บอร์ดกองทุนอนุรักษ์ฯเคาะงบ 7,000 ล้านบาทลุยโครงการปี58 สั่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลวางกรอบใช้เงินย้ำรายงานผลทุก 4 เดือน
บอร์ดกองทุนอนุรักษ์ฯเคาะงบ 7,000 ล้านบาทลุยโครงการปี58 สั่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลวางกรอบใช้เงินย้ำรายงานผลทุก 4 เดือน
พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (กทอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯว่า ที่ประชุมอนุมัติการจัดสรรงบ ปี 2558 วงเงิน 6,943 ล้านบาทเพื่อนำไปใช้ในโครงการอนุรักษ์พลังงาน
นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจต่อการปฏิบัติงานตามแผนการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและสามารถสร้างผลงานที่สอดคล้องตามเป้าหมายได้มอบให้คณะอนุกรรมการกองทุนในการกำกับดูแลต้องรายงานผลการดำเนินงานทุก 4 เดือนเป็นอย่างน้อย ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลขึ้นอีกคณะหนึ่ง เพื่อช่วยประเมินผลการดำเนินงานให้มีความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ผลการรายงานจากคณะอนุกรรมการทั้ง 2 คณะ จะเป็นตัวบ่งชี้ผลสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น จะเป็นข้อมูลแก่กองทุนอนุรักษ์ฯในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและจะรายงานผลอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ให้สาธารณะชนรับทราบต่อไป.
สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาในการใช้งบกองทุนอนุรักษ์ฯต้องประกอบไปด้วย 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.สอดคล้องวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 2. สอดคล้องกับแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ตามมติ กพช. และ 3.เป็นไปตามยุทธศาสตร์แผนอนุรักษ์พลังงาน (พ.ศ. 2554-2573) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (พ.ศ. 2555-2564)
อย่างไรก็ตามงบ 6,943 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้ ดังนี้ 1.ดำเนินการตามแบบงานที่หน่วยงานคิดและวางแผนไว้แล้ว 5,944 ล้านบาท 2. แบบวงเงินรวม (Block Grant) ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ประกาศให้ทุนสนับสนุนแก่โครงการอื่นๆ ตามความเหมาะสม เช่น ทุนวิจัยด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรมการดำเนินงานในระดับชุมชน เป็นต้นการจัดสรรงบกองทุนปีนี้ได้พยายามกระจายให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายต่างๆ จะแบ่งออกได้ 8 กลุ่ม ได้แก่ 19% กลุ่มชุมชน 13% หน่วยงานภาครัฐ 22% หน่วยงานความมั่นคง 23% ภาคเอกชน 9% งานศึกษาวิจัย 7% งานประชาสัมพันธ์4%งานพัฒนาบุคลากรและ 2% เป็นงานบริหาร
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การดำเนินโครงการต่างๆในปี2558 จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้อีก 227 ktoe (พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ)ต่อปี คิดเป็นมูลค่า 7,350 ล้านบาทต่อปี และช่วยบรรเทาการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานลงได้ 1.3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ โดยยังคงกำกับดูแลการใช้พลังงานในอาคารภาครัฐกว่า 10,000 หน่วยงาน การใช้พลังงานในภาคเอกชนที่เป็นอาคารควบคุม 2,250 แห่ง และโรงงานควบคุม 5,500 แห่ง โดยเพิ่มความเข้มข้นขึ้นด้วยการมีมาตรฐานการใช้พลังงานมากำกับ และเพิ่มการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนรายจ่ายด้านพลังงาน เป็นต้น







