
กม.บำนาญบังคับ รับสังคมคนแก่
ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ยังไม่มีการวางแผนเชิงโครงสร้างในการที่จะรองรับคนแก่เหล่านี้ ทั้งนี้ แม้ว่าในรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ระบุชัดเจนว่าคนไทยต้องมีเงินออมพอเพียง แต่ไม่มีรัฐบาลชุดใดออกกฎหมายลูกมาบังคับใช้เพื่อให้ข้อความในรัฐธรรมนูญนั้นเป็นจริง เพราะเกรงจะส่งผลเสียต่อคะแนนนิยม แต่รัฐบาลภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังจะผลักดันให้มีระบบบำนาญภาคบังคับเพื่อให้คนไทยมีเงินออมอย่างพอเพียงเตรียมพร้อมรับวัยชรา ให้เกิดขึ้นในปีหน้า และมองไกลถึงขั้นเป็นแหล่งเงินออมและระดมทุนในลุ่มแม่น้ำโขง
ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ยังไม่มีการวางแผนเชิงโครงสร้างในการที่จะรองรับคนแก่เหล่านี้ ทั้งนี้ แม้ว่าในรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ระบุชัดเจนว่าคนไทยต้องมีเงินออมพอเพียง แต่ไม่มีรัฐบาลชุดใดออกกฎหมายลูกมาบังคับใช้เพื่อให้ข้อความในรัฐธรรมนูญนั้นเป็นจริง เพราะเกรงจะส่งผลเสียต่อคะแนนนิยม แต่รัฐบาลภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังจะผลักดันให้มีระบบบำนาญภาคบังคับเพื่อให้คนไทยมีเงินออมอย่างพอเพียงเตรียมพร้อมรับวัยชรา ให้เกิดขึ้นในปีหน้า และมองไกลถึงขั้นเป็นแหล่งเงินออมและระดมทุนในลุ่มแม่น้ำโขง
“จนถึงขณะนี้ ประเทศไทยยังไม่มีระบบบำนาญภาคบังคับ เรามีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีประกันสังคมที่เป็นบำนาญของกระทรวงแรงงาน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่รองรับแรงงานนอกระบบ แต่มีใครเข้าไปดูไหมว่ามีความบำนาญที่ออมพอเพียงหรือไม่ ผมอยากให้มีองค์กรอิสระทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ เช่นเดียวกับอังกฤษที่มีองค์กรที่เรียกว่า Money Advice เป็นองค์กรกลางให้คำปรึกษาฟรี มีการวัดผลงานชัดเจน มีหน้าที่คอยดูแลความพอเพียงของระบบเงินออมนี้” ไพบูลย์ นลินทรางกูร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปตลาดทุน กล่าว
ขณะนี้อนุกรรมาธิการปฏิรูปตลาดทุนได้เสนอเรื่องนี้เข้ากรรมาธิการการเงินการคลังแล้ว และไม่มีใครคัดค้านที่จะให้มีองค์กรกำกับดูแลการออมระยะยาวเพื่อเป็นการออมภาคบังคับ
อนุกรรมาธิการปฏิรูปตลาดทุนมีหน่วยงานที่ร่วมเป็นอนุกรรมาธิการ คือ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมตราสารหนี้ไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มีหน้าที่ปรับโครงสร้างตลาดทุนรองรับการเป็นแหล่งระดมทุนและการออมในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงรวมจีนใต้และไทย โดยกรรมาธิการการเงินการคลังเห็นชอบแล้วส่งไปให้คณะยกร่างกฎหมายแล้ว
หากสามารถเป็นแหล่งระดมทุนและออมเงินในลุ่มแม่น้ำโขงได้ก็สามารถเป็นศูนย์กลางภูมิภาคนี้ได้
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลปัจจุบันที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และเน้นธรรมาภิบาล ต่อต้านคอร์รัปชั่น
เป้าหมายของรัฐบาลในปี 2575 จะเป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง จากปัจจุบันที่มีรายได้ต่ำ โดยรายได้ต่อคนต่อตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่อปี จากปัจจุบันรายได้ต่อหัวต่อปีของคนไทยเทียบจีดีพีต่ำเพียง 6,000 เหรียญสหรัฐ น้อยกว่ามาเลเซียที่กลายเป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูงถึงปีละ 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ
“ภาคเกษตรมีสัดส่วน 40% ของประเทศ แต่สร้างรายได้เพียง 12% ภาคอื่นคนน้อยแต่รายได้เยอะ ต้องแปรรูปสินค้าเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่ม หากปลูกข้าวได้ราคาต่ำก็ควรหันไปปลูกพืชอื่น”
ด้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้นมีซูเปอร์บอร์ดดูแลที่มีการเสนอบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและเพิ่มขึ้น รัฐวิสาหกิจยังมีความเป็นเอกเทศ ควรแยกออกจากกันระหว่างองค์กรที่เป็นเจ้าของและองค์กรดูแล โดยจะต้องมีการโอนการถือครองหุ้นไว้ในองค์กร เจ้าของรัฐวิสาหกิจเหมือนเป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่นี้ ทั้งนี้รัฐวิสาหกิจใดที่รัฐไม่ถือหุ้นควรแปรรูปออกไป
“การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต้องดูความจำเป็นที่มีอยู่ของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งว่าจำเป็นต้องเป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไปไหม”
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปประเทศนี้จะไม่ได้ผล หากรัฐบาลต่อไปไม่สานงานต่อ
เรื่องนี้ไพบูลย์กล่าวว่า แผนพัฒนาประเทศนี้จะมีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ด้วยจนกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จะบรรลุผลเพราะที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เขียนแผนพัฒนาประเทศมาตลอดแต่รัฐบาลไม่ได้ใช้เลยเพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ว่าให้มีผลผูกพันที่รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม
อย่างไรก็ตาม การร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีเวลา 319 วัน ในการเขียนให้แล้วเสร็จเพื่อให้ สปช.ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยวันที่ 4 ก.ย. 2558 หลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์ เมื่อโปรดเกล้าฯ ต้องมีกฎหมายลูก ถ้ามีประชามติต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ใช้เวลา 2-3 เดือน ในการตรวจทานคาดว่าจะใช้ได้ไตรมาส 2 ปี 2559 แต่ถ้าไม่มีประชามติคาดว่าจะใช้ในไตรมาสแรกปี 2559







