posttoday
มองตลาดแกว่งตัวแคบ

มองตลาดแกว่งตัวแคบ

22 ธันวาคม 2557

สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนอย่างมาก ผลจากแรงบังคับขาย (Forced Sell) คำสั่งขายของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบที่มีผลต่อหุ้นพลังงานและสถานการณ์ในรัสเซีย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. ปรับลดลงต่ำสุดที่ 1,376 จุด ลดลงถึง 138 จุด (-9.17%) ก่อนกลับมาปิดที่ 1,478 จุด ลดลงเพียง 36 จุด (-2.41%) อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาน้ำมันและค่าเงินรูเบิ้ลรวมถึงถ้อยแถลงของเฟด ที่ส่งสัญญาณถึงความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยที่น่าจะช้ากว่าคาดการณ์เดิม เป็นปัจจัยบวกให้ตลาดในช่วงที่เหลือฟื้นตัวขึ้น (สูงสุด 1,528.05 จุด) ก่อนปิดที่ 1,514.35 จุด

สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนอย่างมาก ผลจากแรงบังคับขาย (Forced Sell) คำสั่งขายของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบที่มีผลต่อหุ้นพลังงานและสถานการณ์ในรัสเซีย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. ปรับลดลงต่ำสุดที่ 1,376 จุด ลดลงถึง 138 จุด (-9.17%) ก่อนกลับมาปิดที่ 1,478 จุด ลดลงเพียง 36 จุด (-2.41%) อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาน้ำมันและค่าเงินรูเบิ้ลรวมถึงถ้อยแถลงของเฟด ที่ส่งสัญญาณถึงความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยที่น่าจะช้ากว่าคาดการณ์เดิม เป็นปัจจัยบวกให้ตลาดในช่วงที่เหลือฟื้นตัวขึ้น (สูงสุด 1,528.05 จุด) ก่อนปิดที่ 1,514.35 จุด

เหตุใดตลาดจึงให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในรัสเซีย : เนื่องจากน้ำมันและพลังงานเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70% ของการส่งออกรวม และ 17% ของจีดีพี (GDP) การที่ราคาน้ำมันปรับลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในเวลา 6 เดือน ทำให้เศรษฐกิจรัสเซียน่าจะได้รับผลกระทบ โดย GDP และดุลบัญชีเดินสะพัดที่อยู่ในระดับเพียง 1-2% ของ GDP (อิงปี 2556) ไม่น่าจะรองรับการขาดหายไปของรายได้จากการจำหน่ายพลังงานจำนวนมากได้ จึงมีโอกาสสูงที่ GDP และดุลบัญชีเดินสะพัดจะติดลบในระดับที่สูง ส่งผลให้ค่าเงินรูเบิ้ลอ่อนลงอย่างหนัก จาก 30 รูเบิ้ล/เหรียญสหรัฐ เหลือ 60 รูเบิ้ล/เหรียญสหรัฐ แม้สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้รัสเซียพบความยากลำบาก แต่เรามองว่ายังห่างไกลจากภาวะที่จะเกิดวิกฤต นอกจากนี้การค้าระหว่างรัสเซียกับประเทศอื่นในยุโรป ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่เกิน 3% ของ GDP ประเทศนั้นๆ ยกเว้นเบลารุสกับยูเครนที่มีสัดส่วนการส่งออกสูง

ปัจจัยสำคัญ : สัปดาห์นี้มีเพียงตัวเลข GDP สหรัฐ วันที่ 23 ธ.ค. และตัวเลขส่งออกไทย ช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งเราประเมินตลาดไม่ได้ให้ความสำคัญประเด็นดังกล่าวมากนัก และนักลงทุนจะให้น้ำหนักกับทิศทางราคาน้ำมันดิบและพัฒนาการของปัญหาที่เกิดขึ้นในรัสเซียมากกว่า

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : เราคาดตลาดหุ้นในช่วงสัปดาห์นี้จะไม่เคลื่อนไหวผันผวนมากนัก เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะได้ทยอยลดสถานะการลงทุนไปในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงหยุดยาวสิ้นปี และนักลงทุนต่างชาติเองก็มักจะลดกิจกรรมการซื้อขายไปในช่วงดังกล่าวเช่นกัน ดังนั้นเราคาดตลาดในช่วงที่เหลือน่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบ พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่น่าจะลดลงจากระดับ
5-6 หมื่นล้านบาท/วัน เหลือ 3-4 หมื่นล้านบาท/วัน เราแนะนำนักลงทุนทยอยสะสม เน้นหุ้นใหญ่ที่เป็นเป้าหมายการเข้าซื้อของกองทุน หรือหุ้นที่มีคาดการณ์เงินปันผลสูง

หุ้นเด่น: ADVANC INTUCH SCB KTB CPN SC EGCO SPCG SCC

หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค: TPOLY TRT PT JAS IFS TTA IVL

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย