
แง้มข้อมูลอสังหาฯ’58 เชื่อภาพรวมดีขึ้นแต่ไม่ใช่ปีทอง
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นร้อนที่ไม่ว่าคนในทุกอุตสาหกรรมต่างจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นภาวะตลาดหุ้นผันผวนอย่างรุนแรง ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนยากจะประเมินว่านี่คือสัญญาณดี หรือสัญญาณร้าย รวมถึงวิกฤตเงินรูเบิ้ลอ่อนค่าเป็นประวัติการณ์ และภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นร้อนที่ไม่ว่าคนในทุกอุตสาหกรรมต่างจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นภาวะตลาดหุ้นผันผวนอย่างรุนแรง ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนยากจะประเมินว่านี่คือสัญญาณดี หรือสัญญาณร้าย รวมถึงวิกฤตเงินรูเบิ้ลอ่อนค่าเป็นประวัติการณ์ และภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก
ขณะที่บรรยากาศกำลังซื้อโดยรวมในช่วงไตรมาส 4 กลับไม่ได้ดีอย่างที่มีการประเมินกันไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้เวลานี้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์เริ่มส่งสัญญาณไม่แน่ใจ ตลาดที่อยู่อาศัยจะฟื้นตัวกลับมาได้จริงหรือไม่ หลังจากมีหลายปัจจัยลบใหม่เกิดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2558 จะดีกว่าปีนี้ แต่ก็คงไม่ใช่ปีทอง เพราะยังมีหลายประเด็นที่ต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลก ที่น่าเป็นห่วง วิกฤตค่าเงินรูเบิ้ลอ่อนตัวของรัสเซีย ที่ยากจะคาดเดาว่าผลของวิกฤตรัสเซียจะขยายไปขนาดไหน
“ที่ผ่านมาเศรษฐกิจของรัสเซียรายได้หลักมาจากน้ำมันเป็นหลัก เมื่อน้ำมันโลกราคาตกก็กระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนค่าเงินที่อ่อนตัว ก็ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกทั้งกลุ่มไอที กลุ่มรถยนต์ไม่กล้าส่งสินค้าให้รัสเซีย เพราะไม่รู้ว่าจะตั้งราคาขายสินค้าอย่างไร” สัมมา กล่าว
นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยของรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้คนรัสเซียมีต้นทุนในการใช้ชีวิตสูงขึ้น ต้องรัดเข็มขัด จนเริ่มส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่นๆ ที่เคยทำการค้าขายกับรัสเซีย โดยวิกฤตดังกล่าวที่เหวี่ยงมาถึงไทยในเบื้องต้น กระทบกับภาคการท่องเที่ยวของไทยแล้ว โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่เคยมีลูกค้ารัสเซียเป็นตลาดใหญ่ เช่น พัทยา ภูเก็ต และสมุย ส่วนคอนโดมิเนียมที่จับกลุ่มลูกค้ารัสเซีย ก็มีสัญญาณว่าจะได้รับผลกระทบเช่นกัน
สัมมา ระบุว่า ส่วนราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลง หากมองมุมบวก กำลังซื้อคนอาจจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่งการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง มันคือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี ส่วนปัจจัยภายในประเทศของไทย เรื่องการเมืองจะเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตามองในปีหน้า โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง เพราะหากเป็นไปตามโรดแมป จะต้องเลือกตั้งปลายปีหน้า ซึ่งทุกครั้งที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ การลงทุนของภาคเอกชนจะชะลอตัวชั่วคราว เพราะไม่รู้ว่าหน้าตาผู้บริหารประเทศคนใหม่จะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่สำคัญในปีหน้า คือ การลงทุนของภาครัฐ ซึ่งหากรัฐบาลผลักดันได้ตามเป้าหมาย จะส่งแรงบวกที่ดีมากให้กับภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งจะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศปีหน้าให้เติบโตได้ดี
อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า การที่ช่วงส่งท้ายของปีนี้มีปัจจัยลบจากภายนอกประเทศเกิดขึ้น ทำให้ยากจะประเมินได้ว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะสดใสหรือไม่ รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกัน โดยแม้ว่าภาคเอกชนเตรียมวางเป้าที่จะเติบโต ด้วยการลงทุนโครงการใหม่ๆ แต่คงเป็นไปอย่างระมัดระวัง
ด้าน ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียล เอสเตท กล่าวว่า พฤกษาฯ ยังมองภาพปีหน้าเป็นบวก โดยประเมินว่าตลาดปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ เพราะภาครัฐมีแผนลงทุนที่ชัดเจน และภาคเอกชนต่างก็เตรียมแผนรุก มากกว่าแผนตั้งรับเหมือนปีนี้
ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกลูกใหม่ที่เพิ่งเริ่มตั้งเค้า คงต้องมาดูกันว่าจะมีแรงเหวี่ยงมาถึงไทยมากน้อยเพียงใด ขณะการใช้จ่ายภาครัฐการลงทุนสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศจะช่วยได้แค่ไหน งานนี้ต้องลุ้นกันยาวๆ







