
"หม่อมอุ๋ย" จีบจีนร่วมลงทุนธุรกิจโปแตซ
หม่อมอุ๋ยชวนนักธุรกิจจีนลงทุนธุรกิจเหมืองแร่โปแตช-โซล่าร์เชลล์-ผลิตภัณฑ์ยางในไทย คาดอย่างช้าสุดเริ่มเห็น ม.ค.58 หวังกระตุ้นการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว
หม่อมอุ๋ยชวนนักธุรกิจจีนลงทุนธุรกิจเหมืองแร่โปแตช-โซล่าร์เชลล์-ผลิตภัณฑ์ยางในไทย คาดอย่างช้าสุดเริ่มเห็น ม.ค.58 หวังกระตุ้นการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายในงานสัมมนาการส่งเสริมการลงทุนไทยจีน China-Thailand Business Forum and Luncheon ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่โปแตซให้เกิดขึ้นในไทยอย่างจริงจัง โดยจะเปิดโอกาสและเชิญชวนให้นักธุรกิจจากจีนเข้ามาลงทุนในธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากประเทสไทยมีแร่โปแตชในดินใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีนเองก็มีความต้องการใช้แร่โปแตชในการผลิตปุ๋ยเคมีและผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์อื่นๆ จำนวนมาก โดยคาดว่าภายในต้นปี 2558 น่าจะมีโอกาสที่เห็นความร่วมมือกันระหว่างไทย-จีนเกิดขึ้น
ทั้งนี้ยังมีแผนที่จะเชิญชวนให้นักธุรกิจจีนเข้ามาลงทุนในสินค้าที่จีนผลิตและสามารถแข่งขันได้ในไทย เช่น โซล่าร์เชลล์ ซึ่งจีนสามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนบนบก ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และมาเลเซีย เพราะประเทศไทยตั้งอยู่ศูนย์กลางการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม จึงทำให้ง่ายและสะดวกต่อการขนส่ง
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้จะมีการลงนามซื้อขายสินค้าเกษตรและลงนามความร่วมมือในการสร้างทางรถไฟรางคู่จากชายแดนลาวเข้ามาประเทศไทย (มาบตาพุด) ซึ่งเป็นเส้นทางที่จีนให้ความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางสายไหมที่จีนต้องการทำเพื่อเชื่อมเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“อาทิตย์ก่อนมีโอกาสได้คุยกับนักธุรกิจจีนและดูความคืบหน้าอุตสาหกรรมยางแบบครบวงจรของจีน ซึ่งเห็นว่าจีนเป็นแบบอย่างที่ดีและน่ายึดเป็นต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางต่อไป โดยจะให้จีนช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมยางให้ไทยอีกทางด้วย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีนักลงทุนจีน 8 ราย แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจยางและผลิตภัณฑ์ยางในไทย และจะให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกไปขายในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกิจการการผลิตยางล้อรถยนต์ซึ่งเชื่อว่านักธุรกิจจีนจะไม่ผิดหวังที่เลือกเข้ามาลงทุนในไทย เพราะไทยเป็นแหล่งผลิตยางพาราขนาดใหญ่ และยังมีความต้องการภายในประเทศอีกมาก ทำให้มีโอกาสในการทำตลาดในไทยสูงมาก และยังเป็นโอกาสทำให้ตลาดเพื่อนบ้านอาเซียนรู้จักสินค้าจีนมากขึ้นด้วย
ด้านนายเกา หู่ เฉิง รมว.พาณิช์ของจีน กล่าวว่า จีนยินดีร่วมวางยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างคมนาคมกับไทย และยินดีช่วยไทยสร้างทางคมนาคมทั้งทางถนน รถไฟรางคู่และระบบน้ำ รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ การลงทุนด้านพลังงานและอุตสาหกรรมยางพาราให้คืบหน้าเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบัน
สำหรับแผนพัฒนาความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างไทย-จีน 5 ปี (2555-2559) ตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องเพิ่มการค้าไทย-จีนเป็น 20% ต่อปี ด้านการลงทุน 20%ต่อปี ด้านการท่องเที่ยว 20% ต่อปี







