
3R เพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) ได้จัดให้มีการปาถกฐาพิเศษเรื่อง “3R คือ กลยุทธ์นำไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อเร็วๆ นี้ โดยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็น
มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) ได้จัดให้มีการปาถกฐาพิเศษเรื่อง “3R คือ กลยุทธ์นำไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อเร็วๆ นี้ โดยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็น
ผมเห็นว่า มุมมองของภาคเอกชนเกี่ยวกับการสนับสนุนกิจกรรม 3R เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยคุณชลธร ดำรงศักดิ์ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาความเป็นเลิศและความยั่งยืน บริษัทปูนซิเมนต์ไทย เป็นผู้อภิปรายนั้น เป็นมุมมองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จึงขอสรุปและเรียบเรียงมาเล่าสู่กันฟัง
ในความเป็นจริง ไม่ว่าอุตสาหกรรมจะทำดีเลิศขนาดไหน เมื่อมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้นก็ต้องมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอน ต้องยอมรับว่าไม่มีโรงงานไหนที่เกิดขึ้นแล้วไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แต่ประเด็นก็คือ ถ้าไม่มีอุตสาหกรรมเลย ชีวิตของผู้บริโภครวมถึงคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ต้องการดำรงชีวิตอยู่อย่างสบายในวิถี
พอเพียง จะมีสินค้าหรือบริการใช้ได้อย่างไร
เพราะฉะนั้น จึงเกิดเป็นทางสองทางที่ต้องชั่งน้ำหนักกัน คือว่า เราจะต้องตอบสนองทั้งสองฝ่าย ทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนหรือผู้บริโภคมีของใช้และได้ดำรงชีวิตตามฐานะที่มีความสะดวกสบาย ขณะเดียวกันสินค้าที่จะนำไปสู่ผู้บริโภคนั้น ก็ต้องเป็นสินค้าที่ทำลายหรือว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
ปัจจุบันเรามีประชากรโลกประมาณ 7,200 ล้านคน อีกไม่กี่ปีก็ 9,000 ล้านคน และใน 9,000 ล้านคน ประชาคมเมือง คือ คนที่อยู่ในเขตเมือง จะมีจำนวนขึ้นไปถึง 70% ของทั้งโลก นั้นหมายความว่า คนอยู่ท้องถิ่นจะเหลือแค่ 30%
คนที่อยู่ในเมืองต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ดังนั้นในแง่ของผู้ผลิตแล้วสิ่งที่ต้องรับผิดชอบก็คือ ทำอย่างไรถึงจะผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนที่ยังต้องการความสะดวกสบายบนพื้นฐานของสินค้าที่ใช้ทรัพยากรเท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิม
นี่คือสิ่งที่ท้าทายในแง่ของภาคอุตสาหกรรม คือ ต้องคิดมากกว่านี้ว่าทำอย่างไรถึงจะให้สินค้าตรงนี้พัฒนาคุณภาพในมุมมองของคนใช้ให้มากขึ้น ใช้ทรัพยากรให้น้อยลง
ยกตัวอย่างเช่น เราเคยใช้เครื่องสุขภัณฑ์ ใช้น้ำถังหนึ่งเราจะพัฒนาเป็นเครื่องสุขภัณฑ์ที่ล้างสะอาดเหมือนเดิม โดยใช้เวลาเท่าเดิม แต่ว่าใช้น้ำครึ่งถัง หรือกรณีของหลังคาที่เดิมคนเมืองต้องติดเครื่องปรับอากาศ เปิดเครื่องปรับอากาศให้ทำงานตลอดเวลากว่าอุณหภูมิจะลดลงมา แต่จะมีระบบอะไรที่ไปคิดได้ว่า ทำให้หลังคาสะท้อนความร้อนออกไป หรือระบายความร้อนได้ดีด้วยระบบการออกแบบต่างๆ เพื่อให้การใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง เป็นต้น
ในมุมมองของผู้ผลิต ส่วนหนึ่งที่ต้องทำก็คือ ของหรือวัตถุดิบที่เราเอามาผลิตสินค้าต่างๆ แน่นอนว่า วัตถุดิบเหล่านั้นมาจากธรรมชาติ แต่มีอะไรหรือไม่ที่เราสามารถนำมาทดแทนของธรรมชาติเหล่านั้นได้ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการในการใช้องค์ความรู้ต่างๆ ยกตัวอย่างในกรณีของอุตสาหกรรม ก็จะมีของที่เหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ของเหลือใช้เหล่านี้จะมีคุณสมบัติทางเคมีบางอย่าง มีคุณสมบัติทางความร้อนที่เราสามารถนำกลับมาปรับปรุงโดยผ่านกระบวนการปรับปรุงหรือผ่านเครื่องจักรเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้ หากทำได้มันก็จะลดการใช้น้ำมัน ลดการใช้หิน ใช้ทราย ลดการใช้สารเคมีต่างๆ ลง
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมกันคิดร่วมกันทำครับผม!







