
‘นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ’ หลงรักการลงทุนที่ดิน
.นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ” หรือ “ฉลาม” ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดค-คอน (BKD) บริษัทรับเหมาตกแต่งภายในอาคาร ผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปตามคำสั่งซื้อลูกค้า และเป็นนักลงทุนเก็งกำไรและสะสมที่ดิน ซึ่งปัจจุบันที่ดินถือเป็น 95% ของสินทรัพย์ทั้งหมด มูลค่าของที่ดินโดยรวมก็ประมาณมากกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 5% คือการลงทุนไว้ในกองทุนรวมและหุ้น
.นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ” หรือ “ฉลาม” ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดค-คอน (BKD) บริษัทรับเหมาตกแต่งภายในอาคาร ผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปตามคำสั่งซื้อลูกค้า และเป็นนักลงทุนเก็งกำไรและสะสมที่ดิน ซึ่งปัจจุบันที่ดินถือเป็น 95% ของสินทรัพย์ทั้งหมด มูลค่าของที่ดินโดยรวมก็ประมาณมากกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 5% คือการลงทุนไว้ในกองทุนรวมและหุ้น
จุดเริ่มต้นของการซื้อที่ดินผืนแรกเกิดขึ้นเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา จากคำชวนของเพื่อนแนะนำให้ซื้อที่ดิน 1 แปลง ที่ติดถนนในเขตบางบัวทอง จ.นนทบุรี ด้วยราคาหลักแสนบาท แต่ขณะนั้นอยู่ระหว่างการ
จะวางเงินมัดจำ ราคาที่ดินกลับพุ่งเป็นหลายเท่าตัวจนตัดสินใจขายไปกับเพื่อนที่กว่า 1 ล้านบาท ครั้งแรกที่ลงทุนและเท่ากับเป็นจุดเปลี่ยน ทำให้เธอติดใจการลงทุนที่ดินเลย เพราะมองว่าการลงทุนที่ดีให้ผลตอบแทนที่ดี
จนถึงปัจจุบันหากมีใครบอกว่ามีที่ดินมาขายก็มักจะหาเวลาไปดู จนตอนนี้มีที่ดินอยู่หลายจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานี เชียงราย อย่างภูเก็ตก็ลงไปดูช่วงตอนมีสึนามิ ก็จะหาที่เป็นเนินเก็บไว้บ้าง แต่พอร์ตใหญ่ของที่ดินทั้งหมดส่วนใหญ่คือที่เขาใหญ่ ซึ่งมีมากกว่า 100 ไร่ ใน จ.นครราชสีมา โดยซื้อสะสมมาตลอดระยะ 6-7 ปีที่ผ่านมาหลายแห่ง ราคาเริ่มต้นไร่ละหลักแสนบาท แต่หลายครั้งที่เพิ่มขึ้นเป็นหลายล้านบาท
อย่างไรก็ดี ที่ดินที่มีอยู่ประมาณ 20% เป็นการซื้อสะสมไว้โดยตั้งใจไม่ขาย เพราะชอบในที่ดินนั้น ส่วนที่เหลืออีก 80% ซื้อเพื่อเก็งกำไร ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าซื้อที่ดินมาหากถือไว้แล้วสามารถขายทำกำไรมากกว่า 50% ขึ้นไปก็พร้อมจะขายทำกำไรไป แต่ส่วนใหญ่ถ้าซื้อไว้ถือประมาณ 1-2 ปี เมื่อได้จังหวะขายทำกำไรส่วนใหญ่ก็ให้ได้ผลตอบแทน 3-4 เท่า โดยที่ดินประเภทนี้มักเป็นที่ดินตาบอด อยู่ในซอยลึก แต่รู้มาว่าอนาคตมีโอกาสที่จะมีถนนตัดผ่านก็พร้อมที่จะเข้าซื้อทันที
หลายคนอาจจะมองว่าการลงทุนที่ดินไม่มีสภาพคล่อง แต่สำหรับเธอมองคนละมุมกันเลยว่า ถ้าทำเลที่ดินดีสักอย่าง ขายอย่างไรก็มีสภาพคล่อง เพราะจะมีความต้องการซื้อ ขณะเดียวกันถ้าราคาที่ดินแพงแค่ไหน แต่ทำเลดี ติดถนน อนาคตมีแนวโน้มเป็นเขตสังคมเมือง ก็พร้อมที่จะเข้าไปลงทุน หรือใครบอกว่ามีที่ดินมาเสนอขายก็จะฟังและไปดูทันที โดยเฉพาะหากใครบอกว่าที่ตรงนั้นติดกับหนองน้ำ อยู่ใกล้น้ำ ก็เหมือนมีใจให้กับพื้นที่นั้นเป็นพิเศษไป
สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ก็จะซื้อไว้เพื่อลดหย่อนภาษี ส่วนหุ้นจะซื้อในบริษัทที่มั่นใจ มีการขยายงานที่มั่นคงในอนาคต หรือซื้อหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) หรือได้รับการจัดสรรมาบ้าง แต่ถ้ารู้ว่าหุ้นตัวนั้นปัจจัยพื้นฐานบริษัทเปลี่ยน หรือมีความเสี่ยงไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดก็จะ
ตัดขายทันที
แต่ทั้งหมดนี้อะไรก็ไม่เท่ากับใจที่มอบให้กับการลงทุนในที่ดินที่ผู้หญิงคนนี้หลงรักและชอบมากที่สุด







