posttoday
หุ้นตกกับอสังหาฯ

หุ้นตกกับอสังหาฯ

19 ธันวาคม 2557

สัปดาห์นี้ “หุ้นไทยตกน่ากลัว” ลดลงเหลือ 1,400 จุด จาก 1,600 จุด ใน 1 สัปดาห์ เหตุผลหลายค่ายก็ประเมินว่าเริ่มจากจับ Corruption มีตำรวจใหญ่เกี่ยวข้อง แล้วก็ต่อมาด้วยข่าวลือที่ไม่เป็นมงคล รวมไปถึงการประกันสินเชื่อ ที่ธนาคารออกมาค้านหัวชนฝา

สัปดาห์นี้ “หุ้นไทยตกน่ากลัว” ลดลงเหลือ 1,400 จุด จาก 1,600 จุด ใน 1 สัปดาห์ เหตุผลหลายค่ายก็ประเมินว่าเริ่มจากจับ Corruption มีตำรวจใหญ่เกี่ยวข้อง แล้วก็ต่อมาด้วยข่าวลือที่ไม่เป็นมงคล รวมไปถึงการประกันสินเชื่อ ที่ธนาคารออกมาค้านหัวชนฝา

ขณะที่ปัจจัยภายนอก ตลาดทั่วโลกก็ตกจากเรื่องน้ำมันลดราคา (น้ำมันขึ้นก็แย่ น้ำมันลดก็แย่) ทั้งๆ ที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ เพราะนำเข้าน้ำมันมากกว่า 80% มิหนำซ้ำยังต้องเอาบาทและเหรียญสหรัฐซื้อน้ำมันอีกด้วย

หันมาดูตลาดหุ้นเหตุการณ์นี้สะท้อนความจริงให้เห็นว่า “ราคาสินค้าในตลาดหุ้นกับราคาหุ้นที่ซื้อขายไม่สะท้อนความจริง” จะมีธุรกิจอะไรที่ราคาจะเหวี่ยงขึ้นลงประจำวัน ดังนั้นราคาหุ้นจึงเป็น “ราคาสมมติที่เกิดจาก “จิตวิทยา” เรียกกันว่าเป็น Psychological Price ไม่ใช่ราคาแท้จริงในบัญชี เป็นราคาที่เกิดขึ้นจากอุปทานการลงทุน เป็นราคาที่เป็น Speculative Market

หุ้นไทยตกมาก ทางรัฐก็หาแพะทันที แพะที่เหมาะสุดคือ “นักปั่นหุ้นไทย” แท้จริงก็มีกลุ่มพวกนี้มากในตลาดหุ้นไทยถึง 70% คือรายย่อย หรือ “กลุ่มแมลงเม่า” ซื้อระยะสั้นไม่เกิน 1 อาทิตย์ แมลงเม่าไทยมีอัตราส่วนสูงที่สุดในเอเชีย หรืออาจจะมากที่สุดในโลกนี้ก็ถือเป็น Character ของตลาดหุ้นไทย

หันมาดู “หุ้นตกกับอสังหาฯ” ยิ่งจะเห็นได้ชัดว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจระยะกลางกับระยะยาว จะสร้างบ้านหรืออาคารพาณิชย์จะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี กว่าจะสร้างเสร็จ กว่าจะเริ่ม Project ได้ต้องวางแผนมีขบวนการเป็นปี ก่อสร้างอีก 1 ปีกว่า กว่าจะโอนได้อีก 1 ปี จึงจะรู้ว่ากำไร-ขาดทุนที่แท้จริงเป็นอย่างไร

ดังนั้น ราคาหุ้นอสังหาฯ ไม่น่าจะผันผวนรายวันหรือรายอาทิตย์ หุ้นอสังหาฯ ที่ขึ้นลงมากๆ จึงน่าจะเกิดจากการเก็งกำไร ถ้าจะเก็งกำไรระยะยาวก็จะเป็นการลงทุน แต่ถ้าขึ้นลงสั้นๆ น่าจะเป็นการปั่นราคา ซึ่งผิดกฎ ก.ล.ต. แต่ก็ตามจับไม่ค่อยทัน

ในอนาคตจะเป็นอย่างไร หุ้นอสังหาฯ ถ้ามองกันให้ยาวสักนิด บริษัทที่ดีให้ดู “ปันผลหุ้น” Devidences สัก 5 ปี ดูว่าปันผลกี่เปอร์เซ็นต์ ติดต่อกันไหม สูงกว่าดอกเบี้ยไหม และดูการปันผลจากองค์กรธุรกิจ
หลัก มิใช่เอาผลจากธุรกิจรอง หรือเอาเงินสะสมมาปันหุ้นให้ เช่น ปีนี้ซื้อที่ดินมาขายไปได้กำไรมาก หรือรัฐยกเว้นภาษีให้เป็นพิเศษ รายได้เหล่านี้มิใช่เกิดจากธุรกิจหลัก ซึ่งก็คือ ขายบ้าน ต้องดูรายได้จากการพัฒนาเป็นเท่าไร

รายได้ต่อมาคือ มูลค่าหุ้นที่มีค่าใน Book สูงขึ้น คือ ทรัพย์สินมีเพิ่มขึ้นไหม ทุนเพิ่มขึ้นไหม ราคาที่ซื้อ-ขาย ถ้าสูงกว่ามากก็เรียกว่า “Under Book Value”

ดังนั้น นักเล่นหุ้นมักจะไม่ใช่นักลงทุนหุ้นตามคำนิยมของ ก.ล.ต. และถ้าหุ้นบริษัทที่มีฐานธุรกิจดีๆ เช่น ปูนซิเมนต์ไทย หรือ ปตท. จะมั่นคงระยะยาว หุ้นจะผันผวนรายวันได้อย่างไร หุ้นตก ก็เพราะวิตกจริตที่มองราคาเป็น “ภาคจิตวิทยา” มากกว่า ส่วนสถาบันที่ลงทุน เขามีตัวเลขมีกลยุทธ์ชัดว่าขายทิ้ง เพราะกำไรนำไปลงทุนที่อื่นที่เห็นโอกาสกำลังโต เช่น จีน มากกว่า ก็ขอให้แมลงเม่าทำใจดีๆ ไว้อย่าขาดทุนเกินตัวก็แล้วกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย