
GUNKUL บุกลงทุนญี่ปุ่น
ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 504 ล้านบาท กำไร 160 ล้านขึ้นแท่นผู้นำระดับนานาชาติ
ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 504 ล้านบาท กำไร 160 ล้านขึ้นแท่นผู้นำระดับนานาชาติ
GUNKUL ทุ่มเงิน 4,000 ล้าน บุกธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ประเทศญี่ปุ่น หลังบอร์ดอนุมัติส่ง GIM เข้าซื้อหุ้น GK Sendai 100% คาดสร้างรายได้ 440 ล้านบาท/ปีตั้ง เป้าเป็นผู้นำพลังงานทดแทนระดับนานาชาติ
น.ส.โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ Gunkul International (Mauritius) (GIM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% เข้าซื้อหุ้นของ Sendai Okura Mega Solar Godo Kaisha (GK Sendai) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศญี่ปุ่นในสัดส่วน 100% ของหุ้นทั้งหมดราคารวมประมาณ 1,800 ล้านเยน หรือประมาณ 504 ล้านบาท
ทั้งนี้ GK Sendai ประกอบธุรกิจพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 31.75 เมกะวัตต์ (38.10 เมกะวัตต์ติดตั้ง) ที่จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับ Tohoku Electric Power Co., Inc. (Tohoku Electric) ซึ่งได้รับสัมปทานในการขายไฟฟ้าให้แก่ Tohoku Electric เป็นระยะเวลา 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in tariff (FIT) หน่วยละ 36 เยน ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ประเมินศักยภาพของพื้นที่ในการจัดทำโครงการดังกล่าวแล้วว่าสามารถประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ได้ โดยคาดว่าจะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2560
สำหรับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ประการแรก ส่งเสริมนโยบายของบริษัทในการก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในระดับนานาชาติ และมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ประการที่สอง เปิดโอกาสสำคัญให้บริษัทสามารถขยายฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนไปยังต่างประเทศ ประการที่สาม ส่งเสริมให้บริษัทมีอัตราการเติบโตทั้งทรัพย์สิน ผลกำไรและกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 ปี ประการที่สี่ กระจายความเสี่ยงของรายได้ของบริษัท ประการที่ห้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัทในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุน 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการลงทุนดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทปีละ 440 ล้านบาท หลังจากที่เริ่มดำเนินการจำหน่ายไฟ
สำหรับแหล่งเงินที่ใช้นั้น บริษัทมีการจัดหาแหล่งเงินทุนในการเข้าลงทุนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และเชื่อมั่นว่าจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของกลุ่มบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ ใน 3 ปี
นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ GUNKUL คาดว่าโครงการโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่นจะสร้างกำไรสุทธิให้กับบริษัทราว 160-180 ล้านบาท/ปี โดยคาดจะเริ่มบันทึกกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2559 เป็นต้นไป ส่วนที่มาของเงินลงทุนจะเป็นการกู้จากธนาคารท้องถิ่นราว 80-85% ที่เหลือจะใช้เงินหมุนเวียนของบริษัท พร้อมทั้งประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะถึงจุดคุ้มทุนภายในเวลา 6-7 ปี
นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายที่จะเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีศักยภาพรองรับได้ถึง 100 เมกะวัตต์ จากโครงการปัจจุบันที่อยู่ระดับ 38.1 เมกะวัตต์ โดยบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นสูงกว่าไทย
ราคาหุ้น GUNKUL ปิดที่ 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 2.75% เป็นไปตามภาวะตลาดที่ปรับตัวขึ้น หลังจากลดลงหนักมา 2 วัน โดยปิดตลาดวันที่ 17 ธ.ค. ที่ 1,480.20 จุด เพิ่มขึ้น 18.46 จุด หรือ 1.26% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 63,479.09 ล้านบาท
โค้ด “บริษัทจะขยายธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มการเติบโตของกลุ่มบริษัทให้มีเสถียรภาพในอนาคต” โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์







