
อย่าคิดแค่ ‘อยู่ตรงกลาง’
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่เรา “อยู่ตรงกลาง” ของภูมิภาค
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่เรา “อยู่ตรงกลาง” ของภูมิภาค
เหตุที่ผมบอกว่าประเทศของเราอยู่ตรงกลาง ไม่ได้หมายถึงเราเป็น “ศูนย์กลาง” ครับ แต่หมายถึงเราครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 24 ในตลาดเฟอร์นิเจอร์โลก มีส่วนแบ่ง 1.06% แต่ยังเป็นแค่อันดับ 4 ของภูมิภาค รองจากทั้งมาเลเซียซึ่งได้อันดับ 9 อินโดนีเซียอันดับ 14 และเวียดนามอันดับ 17 เราเป็นเพียงประเทศผู้อยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ประเทศผู้นำอย่างเต็มตัว
แม้ที่ผ่านมาเราจะครองส่วนแบ่งตลาดจีนได้เป็นอันดับ 1 ของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดอาเซียนได้เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค ได้คะแนนดัชนีความสามารถการแข่งขัน 1.40 คะแนน เป็นรองประเทศในภูมิภาคแค่มาเลเซียประเทศเดียว แต่ในตลาดอื่นๆ เกือบทั่วโลก เราได้แค่อยู่ตรงกลางๆ ทั้งสิ้น
ตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของเราขณะนี้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร สินค้าหลักได้แก่ ไม้ที่เลื่อยหรือถากตามยาว ที่นั่งและส่วนประกอบ ไฟเบอร์บอร์ด แผ่นไม้อัด มีมูลค่าการส่งออก ณ ปี 2555 ที่ 2,801.87 ล้านเหรียญสหรัฐ
ผมมีข้อสังเกต 2 เรื่องครับ 1.งานมหกรรมเฟอร์นิเจอร์บ้านเรามีสินค้าไม่ค่อยหลากหลาย เดินๆ ดูจะพบว่ามีแต่สินค้าหน้าตาซ้ำๆ แบบก็คล้ายคลึงกันไปหมด สินค้าก็ปะปนประเภทกันไป ในทางตรงกันข้าม ผมเคยมีโอกาสไปชมงานมหกรรมที่วาเลนเซีย พบว่างานของเขาจัดแยกประเภทระหว่างสินค้าโมเดิร์น เฟอร์นิเจอร์ สินค้าเอาต์ดอร์ เฟอร์นิเจอร์ แยกกันคนละงานชัดเจน ภายในแต่ละงานก็มีสินค้าหลากรูปแบบ ดีไซน์หลากหลายกว่าของไทย
2.ผู้ประกอบการของเราจำนวนหนึ่งมุ่งเน้นแต่การเป็นผู้รับจ้างผลิต หรือโออีเอ็ม คอยผลิตส่งขายให้กับแบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศ ทุกวันนี้เราจึงได้ยินชื่อแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นของไทยเองน้อยมาก
ข้อสรุปของทั้งสองเรื่อง คือ ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเรา รอจังหวะอยู่แค่ “ตรงกลางน้ำ” ไม่คิดจะอยู่ “ต้นน้ำ” หรือ “ปลายน้ำ” เท่าที่ควร
เมื่อหันไปมองจีนซึ่งมีมูลค่าส่งออกเฟอร์นิเจอร์มากเป็นอันดับ 1 ของโลก จีนมีความแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะมีวัตถุดิบล้นเหลือ มีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มณฑลกวางตุ้ง คอยรองรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สำหรับเวียดนาม รัฐบาลมีแผนปลูกป่าใหม่ และมีแผนเพิ่มปริมาณวัตถุดิบไม้ให้อยู่ที่ 20-24 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ที่สำคัญยังจัดตั้งสถาบันอบรมการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมช่วยพัฒนาทักษะการออกแบบด้วย
ขณะที่แชมป์ภูมิภาคอย่างมาเลเซีย ตั้งเป้าส่งออกในปี 2563 ไว้เรียบร้อยที่ระดับ 5.3 หมื่นริงกิต/ปี โดยสนับสนุนการสร้างแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบในประเทศและเป็นศูนย์กลางการผลิตเฟอร์นิเจอร์ของภูมิภาค
ดังนั้น ประเทศของเราเองจะช้าไม่ได้ครับ ต้องรีบปรับบทบาทของตัวเอง กินทั้งหัวและหาง คือทำอุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำให้ครบวงจร สร้างแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของไทย พัฒนาทักษะการออกแบบให้ผู้ประกอบการ เร่งการวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเราให้แข่งขันกับเพื่อนบ้านได้จริงๆ ในยุคประชาคมอาเซียน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเรา จะรออยู่ตรงกลางอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้วครับ







