
ทิสโก้เก็บหุ้นได้ดีน้ำมันลด
บลจ.ทิสโก้ สบจังหวะหุ้นไทยรูดหนัก ออกทริกเกอร์ฟันด์ลุยซื้อหุ้น เน้นบริษัทได้ดีจากน้ำมันถูก
บลจ.ทิสโก้ สบจังหวะหุ้นไทยรูดหนัก ออกทริกเกอร์ฟันด์ลุยซื้อหุ้น เน้นบริษัทได้ดีจากน้ำมันถูก
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้ เปิดเสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% #17 หลังจากหุ้นไทยปรับฐานลงเกือบ 200 จุด ภายใน 1 สัปดาห์ จึงมองเป็นโอกาสลงทุน เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจและการเมืองยังเข้มแข็ง
นอกจากนี้ มีอุตสาหกรรมหลายกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง กลุ่มขนส่ง และบริโภคในประเทศ
“หุ้นไทยปรับฐานลงในช่วงนี้ แนะนำให้ลงทุนแบบ Selective หรือเลือกซื้อ โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี และได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งเป็นโอกาสเหมาะที่จะเข้าลงทุนในกอง
ทุนทริกเกอร์ฟันด์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุน” นายสาห์รัช กล่าว
นายสาห์รัช กล่าวว่า กองทุนตั้งเป้าหมายเลิกโครงการที่ 8% ภายใน 8 เดือน หรือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากนั้น โดยจะเปิดเสนอขายวันที่ 17-19 ธ.ค. 2557 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท มูลค่าโครงการ 1,000 บาท
สำหรับการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทยในช่วงนี้ ปัจจัยหลักมาจากการปรับลดลงของหุ้นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นแรงฉุดต่อเซนติเมนต์การลงทุนโดยรวม โดยสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงปรับตัวลงหลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้นักวิเคราะห์มีโอกาสปรับลดประมาณการผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มพลังงานลง ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานทั่วโลกปรับตัวลงแรง กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงดัชนีหุ้นไทย
ทั้งนี้ บลจ.วรรณ เป็นรายแรกที่ออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ หลังจากหุ้นไทยปรับฐานลงมา โดยเสนอขายกองทุนเปิด ONE-SPOT5/3 ตั้งเป้าผลตอบแทน 5% ใน 5 เดือน เสนอขายครั้งเดียววันที่ 15-19 ธ.ค. 2557
ด้าน นายต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนในช่วงนี้แนะนำนักลงทุนเข้าสะสมกองทุนเปิด แมนูไลฟ์
สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล (MS-EQ DIV) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดกลางและใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีอัตราการเติบโตของผลประกอบการของบริษัทที่ดีและมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ รวมทั้งมีสภาพคล่องสูง เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวตามแนวโน้มการเติบโตของประเทศ
“กองทุนนี้ใช้กลยุทธ์การคัดหุ้นให้ได้หุ้นคุณภาพระดับหัวกะทิ ทำให้กองทุนปันผลได้ต่อเนื่อง ล่าสุดจะจ่ายเงินปันผล 0.30 บาท/หน่วย กำหนดปิดสมุดทะเบียนวันที่ 15 ธ.ค. 2557 และจ่ายเงินวันที่ 23 ธ.ค. 2557 นับเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 18 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2552 รวม 11.15 บาท/หน่วย หรือคิดเป็นผลตอบแทนกว่า 111.50%” นายต่อ กล่าว







