
จ่อคิวขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี
พลังงานส่งสัญญาณขึ้นราคาเอ็นจีวีคิวต่อไป เตือนผู้ใช้เตรียมใจ ด้าน เอกชนหวังน้ำมันขาลงดันจีดีพีเพิ่ม 1%
พลังงานส่งสัญญาณขึ้นราคาเอ็นจีวีคิวต่อไป เตือนผู้ใช้เตรียมใจ ด้าน เอกชนหวังน้ำมันขาลงดันจีดีพีเพิ่ม 1%
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำหรับแนวทางการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ในส่วนก๊าซเอ็นจีวีนั้นยังไม่ดำเนินการเก็บภาษีสรรพสามิตกับในขณะนี้ แต่ต้องส่งสัญญาณให้คนใช้รู้ว่า ในที่สุดจะต้องมีการเก็บภาษีด้วย เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในภาคการขนส่ง
"เอ็นจีวีตอนนี้ยังไม่เสียภาษี แต่อนาคตต้องเสีย ตอนนี้ขอไต่ระดับไปที่ราคาต้นทุนที่ 15-16 บาทก่อน เพราะตอนนี้อยู่ที่ 12 บาทเท่านั้น ซึ่งผู้ค้าขาดทุนอยู่ ส่วนจะขึ้นไปเท่าไหร่ยังบอกไม่ได้" นายณรงค์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2557 ได้เห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอีก 2.50 บาท/ลิตร จากเดิมที่เก็บอยู่ 0.75 บาท/ลิตร เป็น 3.25 บาท/ลิตร
สำหรับการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลครั้งนี้ไม่มีผลต่อราคาขายปลีก เพราะแม้จะขึ้นภาษีสรรพสามิตแต่ได้ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ การเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นนี้จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นวันละประมาณ 200 ล้านบาท หรือประมาณเดือนละ 6,000 ล้านบาท หรือปีละ 7 หมื่นกว่าล้านบาท
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งหนังสือเวียนไปยังสมาชิกหอการค้าให้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางราคาน้ำมัน ขาลง ความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องถึงขณะนี้ ทำให้ประชาชนและธุรกิจประหยัดได้เดือนละ 12,210 ล้านบาท หรือปีละ 146,500 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 0.7-1%จะช่วยกระตุ้นให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 0.7-1%
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า ราคาน้ำมันเบนซินลดลง 2 บาท ดีเซลลง 1 บาท จะทำให้เงินในกระเป๋าประชาชนเพิ่มขึ้นเดือนละ 3,000-4,000 ล้านบาท หรือปีละ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้การบริโภคดีขึ้นและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.4%







