
แนะธุรกิจตั้งรับ โครงสร้างประชากรเปลี่ยน
โครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงของไทย กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันหาทางแก้ไข เพราะมีสาเหตุและส่งผลกระทบน่ากังวลกว่าในประเทศอื่นๆ ของอาเซียนด้วย
โครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงของไทย กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันหาทางแก้ไข เพราะมีสาเหตุและส่งผลกระทบน่ากังวลกว่าในประเทศอื่นๆ ของอาเซียนด้วย
วาสนา อิ่มเอม ผู้ช่วยผู้แทนกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย บอกว่า ในปี 2557 ไทยมีประชากรประมาณ 67.4 ล้านคน ในปี 2568 หรืออีก 10 ปีหลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไทยจะมีประชากร 68.5 ล้านคน แต่หลังจากนั้นจำนวนประชากรจะเริ่มเติบโตลดลงเป็นประเทศแรกในอาเซียน และค่อยๆ ลดลงทีละน้อย จากนั้นเวียดนามและพม่าก็จะเริ่มมีประชากรลดลงตามไทย
ในอนาคตไทยจะมีประชากรวัยเด็กและวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่วัยผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายใน 15 ปีข้างหน้า หลังจากนั้นในปี 2605 ประชากรอาเซียนจะเพิ่มสูงขึ้นที่สุด ในทางตรงกันข้าม ในปี 2608 ประชากรไทยจะเริ่มลดลงเหลือน้อยกว่า 60 ล้านคน
วาสนาวิเคราะห์ว่า เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยน ภาคธุรกิจเองต้อง “รู้ทัน” ประชากรเด็กที่มีแนวโน้มลดลงครึ่งหนึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการที่เคยผลิตสินค้าเจาะตลาดเด็กต้องปรับแผนไปเจาะตลาดอื่นแทน หรือเปลี่ยนจากการขายสินค้าในประเทศ ไปมุ่งเน้นการส่งออก
“แม้กระทั่งมหาวิทยาลัย ขณะนี้หลักสูตรต่างๆ มีจำนวนนักศึกษาลดลงเรื่อยๆ แต่มีนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านสนใจเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยของไทยเพิ่มขึ้น ภาคการศึกษาอาจต้องปรับแผน พัฒนามาตรฐานการศึกษาของตัวเองให้เป็นที่รู้จักและดึงดูดคนต่างชาติเข้ามาเรียน ทดแทนประชากรเด็กไทยที่ลดลง” วาสนาแนะ
ในแง่การลงทุน อินโดนีเซียจะกลายเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก เพราะในอีก 15 ปี ข้างหน้า วัยแรงงานมากถึง 200 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของวัยแรงงานทั้งหมดในอาเซียน ส่วนไทยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนา “ทุนมนุษย์” อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับการเรียนและการพัฒนาที่ตรงกับความต้องการของตลาดและประเทศ
วาสนาเสริมว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน ไทยกำลังเผชิญปัญหาประชากร “เกิดน้อย แต่ด้อยคุณภาพ” ทั้งที่อัตราการเจริญพันธุ์รวมของประเทศค่อนข้างต่ำ แต่อัตราการคลอดในวัย 15-19 ปี กลับสูงกว่ามาเลเซียถึง 3 เท่า ทำให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวต้องออกมาเลี้ยงดูบุตรก่อนวัยอันควร ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะเพื่อก้าวสู่การเป็นวัยแรงงานที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ หากจะให้ไทยจำเป็นต้องส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปีมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ที่สำคัญต้องให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูบุตรด้วย
“หากไทยเพิ่มประชากรได้ก็ดี แต่ถ้าเพิ่มไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องให้ผู้ที่เกิดมามีคุณภาพทุกช่วงวัย” วาสนาย้ำ
ด้าน คาสปาร์ พีค ผู้แทน UNFPA ประจำประเทศไทย บอกว่า ที่ผ่านมาหลายคนมักคิดว่าประชากรลดลงเป็นเรื่องไม่ดี แต่จริงๆ ไม่เสมอไป เพราะจำนวนประชากรน้อย ก็เป็นโอกาสให้ประชากรมีสุขภาพดี มีความมั่งคั่งมากขึ้น รวมถึงมีโอกาสที่จะมีรายได้สูงด้วย เช่น สิงคโปร์ที่ประเทศมีประชากรน้อย แต่ก็มีความเป็นอยู่ที่ดี
ขณะที่ วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า สำหรับไทยในปี 2563 ประชากรวัยแรงงานจะเริ่มออกจากการเป็นกำลังแรงงานมากกว่าประชากรวัยเด็กก้าวเข้าสู่วัยแรงงาน ไทยต้องมีมาตรการขยายเกษียณอายุ เพื่อดึงผู้สูงอายุกลับมาทำงาน ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมให้เกิดการออม การใช้เทคโนโลยี เพิ่มกำลังการผลิตด้วย







