
ผลตอบแทนพันธบัตรลง นักลงทุนลดลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลง
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (8-12 ธ.ค. 2557) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (4 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 321,028 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 80,257 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 9% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 62% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 199,574 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 90,471 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,438 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามลำดับ
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (8-12 ธ.ค. 2557) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (4 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 321,028 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 80,257 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 9% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 62% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 199,574 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 90,471 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,438 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB176A (อายุ 2.5 ปี) LB196A (อายุ 4.5 ปี) และ LB296A (อายุ 14.5 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 20,729 ล้านบาท 12,037 ล้านบาท และ 12,022 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รุ่น BAY152B (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 405 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT174A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 401 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) รุ่น ICBCTL17OA (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 252 ล้านบาท
ราคา (Price) ของพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในพันธบัตรอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หรือผู้ซื้อจะได้ผลตอบแทน (Yield) ลดลงประมาณ 0.02-0.09% หากเข้าซื้อพันธบัตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ภายหลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันสำหรับปี 2558 เหลือ 28.9 ล้านบาร์เรล/วัน จากคาดการณ์เดิมที่ 29.2 ล้านบาร์เรล/วัน และถือเป็นระดับที่ต่ำกว่ากำลังการผลิตของ OPEC ที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน ส่งผลให้นักลงทุนลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และมีเงินลงทุนส่วนหนึ่งย้ายเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาพันธบัตรของหลายๆ ประเทศปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้แล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอ้างอิง (Benchmark Bond) อายุคงเหลือประมาณ 15 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนโดยมีความต้องการประมูลในจำนวนที่สูงกว่าปริมาณพันธบัตรที่ออกขาย (ค่า Bid Coverage Ratio : BCR) 1.55 เท่า และมีส่วนทำให้ราคาของพันธบัตรรุ่นดังกล่าวและรุ่นใกล้เคียงปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับแรงซื้อในตลาดตราสารหนี้ไทยที่มีอยู่ต่อเนื่อง เป็นผลให้ราคาตราสารหนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้น (Yield ลดลง) ในทุกช่วงอายุ
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (8-12 ธ.ค. 2557) เม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือ > 1 ปี) ต่อเนื่องอีก 6,720 ล้านบาท







