
ธปท.ยันหุ้นร่วงไม่กระทบเงินบาทอ่อนค่า
ธปท.ยันตลาดหุ้นร่วงไม่กระทบค่าเงินบาทอ่อนรุนแรง ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นต้องออกมาตรการพิเศษมาดูแล
ธปท.ยันตลาดหุ้นร่วงไม่กระทบค่าเงินบาทอ่อนรุนแรง ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นต้องออกมาตรการพิเศษมาดูแล
นายประสาร ไตรรันต์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตลาดเงินไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับลงของตลาดหุ้นเมื่อวานนี้มากนัก โดยค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลงบ้าง แต่สกุลอื่นๆในภูมิภาคก็อ่อนค่าลงเช่นกัน ซึ่งการเคลื่อนไหวของเงินบาทโดยรวมอ่อนค่าลงระดับกลางๆ การเคลื่อนไหวไม่ผิดปกติมาก แต่อย่างที่บอกทั้งตลาดเงินและตลาดทุนช่วงปลายปีมันบาง การเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆก็อาจทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงเร็วบ้าง
"เวลานี้ธปท.ติดตามดูอยู่ แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ในช่วงนี้จึงไม่จำเป็นต้องออกมาตรการอะไรพิเศษออกมาดูแล แค่ติดตามก็พอ เพราะในช่วงปลายปีที่เขาหยุดเราไม่หยุด เกิดว่ามีอะไรเคลื่อนไหวเล็กน้อยแต่เกิดผลกระทบมากเกินไป อาจจะดูแลบ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นมีมาตรการพิเศษ" นายประสารกล่าว
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การกลับมาอ่อนค่าลงของเงินบาทที่ระดับ 33 บาท/ เหรียญสหรัฐ ไม่น่าจะทำให้ตลาดเงินมีการเคลืี่อนย้ายผันผวน เพราะเรามีเครื่องมือเปรียบเทียบค่าเงินกับคู่ค้าคู่แข่งทางการค้า ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทยังไม่ได้ต่างจากพื้นฐานเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะดูดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการชำระเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ ทุกอย่างยังออกมาสอดคล้องกับพื้นฐานกับเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากตลาดหุ้นทำให้เงินทุนไหลออกบ้าง แต่ไม่ได้ออกไปมากเป็นพิเศษ ไม่ได้มีอะไรน่าห่วง ขณะที่การลดลงของทุนสำรองประเทศเกิดจากการตีมูลค่ากุลเงินในทุนสำรองฯ เช่น ยูโร เยน อ่อนค่าลง หรือทองคำก็ลดลง ทำให้การตีมูลค่าในทุนสำรองฯลดลง ไม่ได้เป็นผลจากเงินทุนไหลออก ส่วนเงินทุนเคลื่อนย้ายน่าจะยังมีต่อไปเพราะความต่างของเศรษฐกิจยังมีอยู่ จากเศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นยังอ่อนแอแก้ปัญหาไม่ได้ แต่สหรัฐฯแก้ปัญหาตัวเองได้เริ่มฟื้นได้ดี
ทั้งนี้ สาเหตุการลดลงของตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า เท่าที่โทรศัพท์พูดคุยกับกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในช่วงเช้าน่าจะเกิดจากราคาน้ำมันที่ลดลง เพราะบริษัทในตลาดที่มีรายได้ขึ้นกับราคาน้ำมันทำให้มีการปรับขายกันบ้าง ส่วนช่วงบ่ายเป็นการลดลงเรื่องข่าวลือ บวกกับตลาดในช่วงปลายปีจะมีการปรับตัวตามปกติ ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะปิดสถานะด้วย ทำให้ตลาดอาจจะทีการเคลื่อนไหวผิดปกติทำให้เปลี่ยนแปลงได้มาก แต่ก็ไม่น่าห่วงอะไร







