posttoday
สัปดาห์ลุ้นระทึกตลาดเงินโลก

สัปดาห์ลุ้นระทึกตลาดเงินโลก

15 ธันวาคม 2557

ในสัปดาห์นี้ จะเป็นสัปดาห์ที่จะเห็นความระทึกสัปดาห์สุดท้ายของตลาดเงินทั่วโลก ก่อนที่จะปิดทำการในช่วงปีใหม่ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.10 ในสัปดาห์นี้ โดยปัจจัยหลักที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา คือ การประชุมของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งสุดท้ายของปี ในวันที่ 16-17 ธ.ค.

ในสัปดาห์นี้ จะเป็นสัปดาห์ที่จะเห็นความระทึกสัปดาห์สุดท้ายของตลาดเงินทั่วโลก ก่อนที่จะปิดทำการในช่วงปีใหม่ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.10 ในสัปดาห์นี้ โดยปัจจัยหลักที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา คือ การประชุมของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งสุดท้ายของปี ในวันที่ 16-17 ธ.ค.

ส่วนปัจจัยที่มีความสำคัญรองลงมา คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารกลางญี่ปุ่น โดยในการประชุมครั้งนี้ของเฟดจะมีการประกาศประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ รวมถึงการแถลงข่าวของประธานเฟดด้วย ซึ่งทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นที่จับตามากเป็นพิเศษ และหากท่านผู้อ่านยังจำได้ ประธานเฟดคนเก่า นายเบอร์แนนคีเองได้ประกาศยุติมาตรการคิวอีในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หรือเดือน ธ.ค. 2013

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เรามองว่านางเยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน อาจออกมาปรับประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐให้ดีขึ้นตามภาพเศรษฐกิจที่เราเห็นในปัจจุบัน เนื่องจากตัวเลขจีดีพีของสหรัฐที่ออกมาในไตรมาส 3 รวมถึงตัวเลขการบริโภคตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นมา ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งโมเมนตัมเศรษฐกิจในปีหน้าที่ดูแข็งแกร่งมากขึ้น อาจทำให้เฟดนำคำกล่าวที่ว่า “เฟดจะยังคงดอกเบี้ยต่ำไปเป็นเวลานาน ถึงแม้ว่าคิวอีจะจบลงแล้วก็ตาม” ออกจากแถลงการณ์นโยบายการเงินด้วย และใช้คำกล่าวที่จะเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจแทนเงื่อนไขด้านเวลา อย่างไรก็ตาม เรามองว่าผลกระทบต่อตลาดเงินจะมีเพียงระยะสั้นและจำกัดเท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนได้ทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์เป็นจำนวนมากมาตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.แล้ว  อย่างไรก็ดี ยังเป็นปัจจัยที่หนุนให้เงินดอลลาร์น่าจะแข็งค่าต่อ และนั่นหมายความว่าค่าเงินบาทเองน่าจะอ่อนค่า

สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.04 อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมาตามการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ที่ออกมาดีมากกว่าการคาดการณ์ของตลาดมาก ในเดือน พ.ย. เห็นการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นมากถึง 3.12 แสนตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับที่เร่งขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2012 ขณะที่ตัวเลขยอดการค้าปลีกของสหรัฐออกมาดีกว่าการคาดการณ์ หลังจากชาวอเมริกันมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วงเข้าใกล้เทศกาลวันหยุดสิ้นปี ตัวเลขที่ออกมาดีทำให้ตลาดเริ่มกลับมาคาดการณ์ว่า สหรัฐจะสามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ในไม่ช้านี้ โดยช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.78 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.)

สำหรับค่าเงินยูโรและค่าเงินเยนยังอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าต่อเนื่อง สะท้อนภาพของปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง ในส่วนของค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 121.44 โดยการรายงานตัวเลข
จีดีพีของญี่ปุ่นในรอบสุดท้าย สำหรับไตรมาส 3 ของปีนี้นั้น ออกมาแย่กว่าการประมาณการในครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะด้านการลงทุนที่ออกมาน้อยกว่าการประมาณการในรอบแรก โดยตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 นั้น บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจหดตัวที่ 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (อัตรารายปี) นอกจากนี้ คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (ซึ่งเป็นตัวชี้นำด้านการลงทุน) ของญี่ปุ่นออกมาหดตัว เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่าน่าจะยังเห็นการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และยังหนุนแนวโน้มการอ่อนค่าของค่าเงิน

อย่างไรก็ดี ช่วงปลายสัปดาห์เห็นการปรับแข็งค่าได้เล็กน้อยของค่าเงินเยน  ปิดตลาดที่ระดับ 118.27 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.) สำหรับเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าอยู่ เนื่องจากตลาดมองว่าเศรษฐกิจยูโรยังมีความเปราะบาง  ปิดตลาดที่ 1.2434 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.)

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่