posttoday
จับตาพอร์ตบล.เอาเปรียบปั่นภาวะฟองสบู่

จับตาพอร์ตบล.เอาเปรียบปั่นภาวะฟองสบู่

14 ธันวาคม 2557

หุ้นดิ่งแรง พอร์ตเทรดโบรกเกอร์ชิงหนีก่อน หวั่นเกณฑ์เปิดช่องได้เปรียบนักลงทุนอื่นหนุน

หุ้นดิ่งแรง  พอร์ตเทรดโบรกเกอร์ชิงหนีก่อน หวั่นเกณฑ์เปิดช่องได้เปรียบนักลงทุนอื่นหนุน

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย  เปิดเผยว่า วันที่ 11 ธ.ค. 2557 ที่ตลาดหุ้นไทยลดลงมากที่สุดในภูมิภาคนี้  อาจจะเป็นเพราะทั้งนักลงทุนต่างชาติ สถาบันในประเทศ พอร์ตลงทุนของบรรดาบริษัทหลักทรัพย์ หรือ Prop Trade ขายหุ้นออกมามาก ขณะที่นักลงทุนรายย่อยรับซื้อกลุ่มเดียว ซึ่งมีข้อสังเกตว่า Prop Trade ขายหุ้นออกมาอย่างมากตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.แล้ว

สำหรับการลงทุนของพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ ถือข้ามคืนได้  ตอนนี้มียอดถือลงทุนมากถึง 1.6 หมื่นล้านบาท แล้วด้วยจำนวนเงินขนาดนี้มีโอกาสสูงที่จะเอาไปสร้างตลาดได้ และเป็นการเพิ่มมูลค่าแบบที่ไม่ควรปล่อยให้ทำ เพราะจะได้เปรียบนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ทั้งหมด  อย่าตอบว่าการเก็งกำไรเป็นเรื่องปกติของตลาด ซึ่งอาจเป็นการเก็งกำไรโดยเอาเปรียบลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ทุกกลุ่มด้วยก็ได้

ทั้งนี้ พอร์ตของบริษัทหลักทรัพย์แบบนี้สามารถกลายเป็นแหล่งสร้างภาวะฟองสบู่และเป็นตัวทำให้ฟองสบู่แตก โดยที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้ได้ประโยชน์จากภาวะฟองสบู่เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นคนหนีออกก่อนคนอื่นได้

“มีผู้หลักผู้ใหญ่ถามมาว่า ทำไมถึงปล่อยให้เกิดการสะสมขึ้น จะตอบเองก็ไม่รู้ว่ากฎกติกาของ Prop Trade เปลี่ยนไปแล้วหรือเปล่า หรือเปลี่ยนแล้วก็ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปทำไมในเมื่อมันจะเกิดการได้เปรียบลูกค้าทุกกลุ่ม” นางวรวรรณ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงมาก ส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวลดลงตามภูมิภาคคืออิงราคาน้ำมันที่ร่วงลง และอีกส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความกังวลทางการเมือง และกังวลเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ก็ออกมาบอกว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะได้ไม่ถึงเป้าในปีนี้ ซึ่งไม่เห็นจะตื่นเต้น เพราะก็รู้กันมาหลายเดือนแล้ว  และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ก็มองว่าอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีหน้าจะไม่ถึง 2 หลัก

อย่างไรก็ดี อีกสักระยะหนึ่งน่าจะมีแรงซื้อให้รีบาวด์ได้ ดูจากระหว่างวันนี้ที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมากที่สุด ดัชนีก็ลดลงไปกว่า 50 จุด แต่ตอนท้ายตลาดยังมีแรงซื้อกลับ ทำให้ปิดที่ติดลบ 32.75 จุดได้ ซึ่งถ้าดูจากกราฟทางเทคนิคจะเห็นว่าพอปรับตัวลดลงถึงเกือบ 1,500 จุด   ก็มีแรงซื้อกลับ

“ในระยะสั้นตลาดหุ้นขึ้นลงตาม ‘อารมณ์’ ของผู้เล่นในตลาด ซึ่งบางครั้งและหลายครั้งด้วยก็ขึ้นลงอย่างไม่มีเหตุผล แต่ในระยะยาวจะไปตามผลกำไรของกิจการต่างๆ” นางวรวรรณ กล่าว

ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสรุปรายงานการซื้อขายหุ้นวันที่ 1-12ธ.ค. พบว่า พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 6,548 ล้านบาท โดยขายหนักในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่