
ยอดส่งออกเอสเอ็มอีต.ค.พุ่ง8.64%
เอสเอ็มอี เดือน ต.ค. ส่งออก มูลค่า 162,000 ล้านบาท พุ่ง 8.64% ส่งออกไปอาเซียนสูงสุด
เอสเอ็มอี เดือน ต.ค. ส่งออก มูลค่า 162,000 ล้านบาท พุ่ง 8.64% ส่งออกไปอาเซียนสูงสุด
รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในเดือน ต.ค. และตั้งแต่เดือน ม.ค.-ต.ค.รวม 10 เดือนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากการส่งออกในเดือน ต.ค. มีมูลค่า 1.62 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 1.60 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.49 จากปีก่อน
ตลาดหลักที่เอสเอ็มอีไทยส่งออกสินค้ามากที่สุดในเดือน ต.ค. ได้แก่ กลุ่มประเทศอาเซียน มูลค่า 4.14 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ จีน 2.14 หมื่นล้านบาท กลุ่มสหภาพยุโรป มูลค่า 1.85 หมื่นล้านบาท ญี่ปุ่น มูลค่า 1.68 หมื่นล้านบาท และสหรัฐอเมริกา มูลค่า 1.42 หมื่นล้านบาท โดยการส่งออกไปทุกตลาดหลักขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 25.1% เพราะเร่งนำเข้าสินค้าก่อนที่จะมีการยกเลิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (จีเอสพี) กับประเทศไทยในปี 2558
การนำเข้าของเอสเอ็มอี เดือน ต.ค. มีมูลค่า 1.93 แสนล้านบาท หดตัวลง 0.77% จากปีก่อน ส่วนช่วง 10 เดือน การนำเข้าอยู่ที่ 1.83 ล้านล้านบาท หดตัวลง 8.92% จากปีก่อน โดยเอสเอ็มอีนำเข้าสินค้าในเดือน ต.ค. สูงสุด ได้แก่ จีน มูลค่า 5.86 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ ญี่ปุ่น มูลค่า 3.04 หมื่นล้านบาท กลุ่มประเทศอาเซียน มูลค่า 2.73 หมื่นล้านบาท กลุ่มสหภาพยุโรป มูลค่า 2.29 หมื่นล้านบาท และสหรัฐอเมริกา มูลค่า 1.24 หมื่นล้านบาท
สำหรับสินค้าที่เอสเอ็มอีนำเข้าสูงสุด ได้แก่ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ รองลงมาคือ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็กและเหล็กกล้า และพลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก
ขณะที่กิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในเดือน ต.ค.มีจำนวน 5,384 ราย เพิ่มขึ้น 2.31% จากปีก่อน ส่วนช่วง 10 เดือน มีกิจการจัดตั้งใหม่ 51,725 ราย หดตัวลง 13.79% จากปีก่อน ส่วนการจดทะเบียนยกเลิกกิจการเดือน ต.ค. มี 1,641 ราย เพิ่มขึ้น 3.79% จากปีก่อน ส่วนช่วง 10 เดือนแรก มีการยกเลิกกิจการ 11,847 ราย เพิ่มขึ้น 7.02% จากปีก่อน
“ภาพรวมเอสเอ็มอีเดือนต.ค.และช่วง 10 เดือน ฟื้นตัวมากขึ้น เป็นผลจากการบริโภคภายในประเทศโดยเฉพาะกำลังซื้อของกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางและรายได้สูง การลงทุนภาคเอกชนในกลุ่มก่อสร้างและเครื่องจักรอุปกรณ์ รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้น เห็นได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 2.18 ล้านคน ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน ระดับราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่อง เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศคู่ค้าฟื้นตัว”รายงานข่าวระบุ







