
แม่น้ำ เรสซิเดนท์ ชูไฮเทคสร้างมูลค่าเพิ่ม
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
เป็นหนึ่งในข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ ที่แพร่สะพัดอยู่ในสังคมออนไลน์ถึงความมโหฬารในการใช้ปูนเพื่อการก่อสร้าง เมื่อกลุ่มโรงแรมรามาดา พลาซา แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ ประกาศเทปูนคอนกรีตมากถึง 8,000 คิว เพื่อเป็นฐานรากให้กับโครงการคอนโดมิเนียม “แม่น้ำ เรสซิเดนท์” บนถนนเจริญกรุง เมื่อประมาณกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้รถบรรทุกปูนเทคอนกรีตจำนวน 1,500 เที่ยว เทปูนรอบละ 20 คัน จนครบตามเป้าหมาย
ต่อตระกูล ยมนาค ผู้อำนวยการหลักสูตร MSCM มหาวิทยาลัยศรีปทุม ประธานคณะที่ปรึกษา บริษัท แม่น้ำ เรสซิเดนท์ กล่าวว่า โครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ เป็นอาคารชุดความสูง 54 ชั้น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับโรงแรมรามาดา พลาซา แม่น้ำริเวอร์ไซด์ ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่ใช้เทคโนโลยียุคใหม่ในการก่อสร้าง หนึ่งในเทคนิคแรก คือ การเทปูนคอนกรีตบริเวณรากฐานของตัวอาคารแบบต่อเนื่องให้จบภายใน 1 วัน
เทคนิคดังกล่าวที่โครงการนี้ใช้ ถือเป็นกรณีศึกษาให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ๆ โดยเฉพาะอาคารระดับไฮเอนด์ เพราะเป็นอีกขั้นของการยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยเทคนิคการเทปูนแบบนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีของคอนกรีตยุคใหม่ บวกกับสูตรในการผสมปูนคอนกรีตให้เหมาะกับวิธีนี้ รวมถึงการวางแผนการเทที่เหมาะสม เพื่อให้ปูนมีอุณหภูมิที่ไม่ร้อนเกินไปจนเกิดปัญหา
ในอนาคต
การเทฐานรากของโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ ใช้เทคนิคที่สามารถเทคอนกรีตฐานรากชนิดขนาดใหญ่ได้ โดยไม่ต้องแบ่งเทเป็นชั้นๆ แต่ต้องเทปูนต่อเนื่อง มีระบบการควบคุมทุกขั้นตอน ทั้งควบคุมการเทปูน และใช้ GPS ควบคุมรถขนส่งปูน เพื่อคาดการณ์เวลาของรถขนส่งที่จะมาถึงได้ถูกต้อง เพราะรากฐานขนาดใหญ่ที่ต้องใช้รถขนส่งปูนจำนวนมาก ไม่สามารถให้รถทุกเที่ยวมารอได้ เพราะจะส่งผลกระทบถึงการจราจร รถขนส่งต้องวิ่งไปขนปูนที่แพลนปูน แล้วกลับมาเท จึงต้องวางแผนให้สมดุล
นอกจากนี้ เทคโนโลยีของตัวรถขนปูนก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน เพราะรถปั๊มแบบคอนกรีตมีงวง จะมีประสิทธิภาพในการเทปูนได้รวดเร็วกว่ารถขนคอนกรีตทั่วไป ซึ่งการเลือกใช้เทคนิคใหม่ๆ ต้องมีจุดเริ่มต้นมาจากเจ้าของโครงการ เพราะต้องยอมรับว่าในทุกกระบวนการตั้งแต่สูตรปูนคอนกรีตไปจนถึงการดูแลเรื่องการเทปูนจนจบรวดเดียว ล้วนมีต้นทุนที่ขยับขึ้นจากปกติ
“เจ้าของอาคารอาจต้องปรับวิธีคิด จากที่คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกที่สุด เป็นอะไรที่ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงสุด ก็จะทำให้อุตสาหกรรมทั้งฝั่งผู้พัฒนาโครงการและผู้ก่อสร้างมีการพัฒนาตัวเองต่อเนื่อง” ต่อตระกูล กล่าว
ขณะที่ เดชา ตั้งสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่น้ำ เรสซิเดนท์ และรองประธานโรงแรมรามาดา พลาซา แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ กล่าวว่า ต้องการมีส่วนยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยการดึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องฐานรากเท่านั้น แต่ภายในโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ ยังใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ หลายอย่างซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนเมื่ออาคารใกล้แล้วเสร็จ
“เราอยากให้โครงการนี้เป็นโมเดลที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยก็สามารถก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีนวัตกรรมก่อสร้างไม่แพ้ผู้รับเหมาจากต่างชาติ เพราะที่ผ่านมาหากเป็นโครงการระดับ
ไฮเอนด์ เจ้าของโครงการส่วนใหญ่จะเลือกใช้เทคโนโลยีก่อสร้าง ที่ปรึกษา และผู้รับเหมาต่างชาติมาช่วยสร้างสรรค์งาน”
นับจากนี้จะมีโครงการระดับไฮเอนด์ในกรุงเทพฯ มากขึ้น จากการที่ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น ไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 1 ล้านบาท ทุกโครงการที่เกิดขึ้นบนที่ดินต้นทุนเช่นนี้ย่อมเป็นโครงการไฮเอนด์ที่มีราคาขายไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท/ตารางเมตร การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการก่อสร้างและบริหารอาคารย่อมเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารยุคใหม่ได้







