
‘วินด์ เอนเนอร์ยี่’ ลูกหนี้ทีเด็ด (จบ)
ส่วนการแก้ไขปัญหา ของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ นั้น เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2557 คณะกรรมการบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ก็เรียกประชุมด่วน โดยคณะกรรมการมีมติปลดนพพรออกจากตำแหน่ง และแต่งให้ เอ็มม่า ผู้บริหารชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารร่วมคู่กับนพพรให้บริหารงานต่อไป และจะต้องปรับสัดส่วนหุ้นใหม่ เนื่องจากปัจจุบันบริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี (REC) ที่ถือหุ้นใหญ่โดยนพพรในสัดส่วน 75% นั้น ถือหุ้นอยู่ใน วินด์ เอนเนอร์ยี่ ในสัดส่วน 63%
ส่วนการแก้ไขปัญหา ของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ นั้น เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2557 คณะกรรมการบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ก็เรียกประชุมด่วน โดยคณะกรรมการมีมติปลดนพพรออกจากตำแหน่ง และแต่งให้ เอ็มม่า ผู้บริหารชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารร่วมคู่กับนพพรให้บริหารงานต่อไป และจะต้องปรับสัดส่วนหุ้นใหม่ เนื่องจากปัจจุบันบริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี (REC) ที่ถือหุ้นใหญ่โดยนพพรในสัดส่วน 75% นั้น ถือหุ้นอยู่ใน วินด์ เอนเนอร์ยี่ ในสัดส่วน 63%
ดังนั้น เท่ากับนพพรถือหุ้น วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ทางอ้อมในสัดส่วน 47% การปรับโครงสร้างการถือหุ้นสามารถทำได้หลายทาง เช่น หาผู้ร่วมทุนใหม่ หรือผู้ถือหุ้นเดิมเพิ่มทุน เพื่อให้สัดส่วนการถือหุ้นของนพพรลดสัดส่วนลง ซึ่งประเด็นการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นนี่ก็จะต้องติดตามกันต่อไปว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีใด
การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้บริษัทเดินหน้าตามแผนธุรกิจที่วางไว้ โดยเฉพาะการที่นำหุ้นของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในกลางปี 2558 ผู้ที่เสียหายไปจากการซื้อหุ้นนอกตลาดก็มีโอกาสได้เงินคืน
อย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างบริษัทแล้ว จะสามารถขอเงินกู้จากธนาคารต่อไป หรือจะไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไปได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ยังคาใจอยู่
สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ 3 เกณฑ์ ซึ่งบริษัท วินด์ฯ จะต้องใช้เกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) มากกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะที่เกณฑ์กำไรสุทธิก็ใช้ไม่ได้ เพราะบริษัทยังมีผลการดำเนินงานขาดทุนอยู่ ส่วนเกณฑ์โครงการสาธารณูปโภค จะต้องมีอายุสัมปทานเหลือ 15 ปี ก่อนยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ ขณะที่วินด์ฯ มีสัมปทาน 5 ปี/ครั้ง ซึ่งไม่สามารถนับรวมเป็น 15 ปีได้ จึงใช้เกณฑ์นี้ไม่ได้
จากกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ สถานะของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ ปัจจุบัน ยังไม่เข้าตามเกณฑ์ปกติคือเกณฑ์กำไรสุทธิ ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งต้องมีกำไรสุทธิ 2 ปี หรือ 3 ปี ล่าสุดก่อนยื่นคำขอรวมกันมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ล้านบาท โดยในปีล่าสุดก่อนยื่นคำขอมีกำไรสุทธิมากกว่าหรือเท่ากับ 30 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในงวดสะสมก่อนยื่นคำขอ เพราะบริษัทยังหยุดขาดทุนไม่ได้ และเมื่อสิ้นปี 2556 มีขาดทุนสะสม 689 ล้านบาท
หากจะเข้าตามเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจะต้องมีมาร์เก็ตแคปมากกว่า 5,000 ล้านบาท จะต้องมีผลการดำเนินงานต่อเนื่องมากกว่า 3 ปี โดยอยู่ภายใต้การจัดการของผู้บริหารส่วนใหญ่
ชุดเดียวกันมากกว่า 1 ปี ก่อนการยื่นคำขอ เพื่อให้ผลการดำเนินงาน สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารงานของผู้บริหารชุดดังกล่าว
วินด์หาโอกาสเข้าตามเกณฑ์อินฟราฯ ฟันด์ ซึ่งต้องได้รับสัมปทานจากรัฐมากกว่า 20 ปี และมีอายุสัมปทานคงเหลืออยู่มากกว่า 15 ปี นับจากวันที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับเอกสารครบถ้วน แต่วินด์ฯ มีสัมปทาน 5 ปี แม้จะต่อได้แต่ก็ไม่สามารถนับรวมเป็น 15 ปีได้
อย่างไรก็ดี หากยังเข้าตลาดหุ้นไม่ได้ วินด์ฯ ก็ต้องปรับปรุงฐานะการเงินต่อไป หากมีความพร้อมเมื่อใด และสัญญาขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ยังคงอยู่อย่างแน่นหนาไม่มีการทบทวน ก็ถือว่าโครงการยังมีความมั่นคง และยังคงจะเดินต่อไปได้ โดยไม่มีคนชื่อ นพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้บุกเบิกธุรกิจ อยู่ในบริษัทอีกต่อไป
เรื่องของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ ยังไม่จบแค่นี้ จากนี้ไปต้องติดตามพัฒนาการการปรับโครงสร้างหุ้นว่าจะมีใครกล้าลุยไฟ เข้ามาซื้อกิจการไปลงทุนต่อ







