
สั่ง อสย.เร่งตั้งตลาดซื้อขายยางจริงภายใน’58
นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พร้อมรับฟังข้อเสนอเกษตรกรชาวสวนยางต่อเนื่องทุกเวที เพราะเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร แต่การจะทำให้ราคายางขึ้นไปถึง 80 บาท/กก. เป็นเรื่องยาก รัฐอยากให้ แต่กลไกตลาดไปได้ จึงขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น เพราะมาตรการของรัฐกำลังเดินหน้า ทั้งการซื้อยางราคานำตลาด และการส่งเสริมเงินทุนหมุนเวียนให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อซื้อยางแปรรูป
นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พร้อมรับฟังข้อเสนอเกษตรกรชาวสวนยางต่อเนื่องทุกเวที เพราะเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร แต่การจะทำให้ราคายางขึ้นไปถึง 80 บาท/กก. เป็นเรื่องยาก รัฐอยากให้ แต่กลไกตลาดไปได้ จึงขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น เพราะมาตรการของรัฐกำลังเดินหน้า ทั้งการซื้อยางราคานำตลาด และการส่งเสริมเงินทุนหมุนเวียนให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อซื้อยางแปรรูป
นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) กล่าวว่า นายอำนวยสั่งการล่าสุดให้ปรับแผนโครงการพัฒนาตลาดยางพาราของประเทศให้เป็นตลาดสำคัญในธุรกิจการค้ายางพาราระหว่างประเทศโดยเร่งด่วน จากเดิมที่มีระยะเวลา 3 ปี (2558-2560) โดยให้สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ปรับเป็นใช้งบ 2558 มาดำเนินการ เพื่อจะได้เริ่มซื้อขายยางจริงเพื่อป้องกันพ่อค้ากดราคา สำหรับยางที่ลงนามซื้อขายกับจีน 4 แสนตันนั้น จะส่งมอบเดือนละ 2 หมื่นตัน ราคาที่ตกลงกันคือ 62 บาท/กก.
ผู้อำนวยการ อ.ส.ย. กล่าวว่า รมช.เกษตรฯ ตั้งเป้าใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น 50% หรือเพิ่มอีก 5 แสนตัน จากเดิม 5 แสนตัน เป็น 1 ล้านตัน ในปีหน้า เช่น ยางปูสนามฟุตซอล ลานกีฬาอเนกประสงค์ สนามเด็กเล่นและถนนใน อบต.ทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเพิ่มการใช้ยางในประเทศ ในขณะนี้ยังมีปัญหาติดขัดเรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกำลังเร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไข และจะหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขอความร่วมมือเป็นเครือข่ายร่วมกันแก้ไขปัญหายางพาราครบวงจรและสร้างความยั่งยืนในเรื่องราคายาง
ขณะนี้ยังมีการเคลื่อนไหวของเกษตรกรชาวสวนยางพาราเกิดขึ้นในหลายจังหวัด เพื่อขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือปัญหาราคายางตกต่ำจนเหลือ 2 กก. 100 บาท โดยเกษตรกรจะมีการรวมตัวชุมนุมในแต่ละจังหวัดอีกครั้งในวันที่ 12 ธ.ค.นี้
ขึ้นเงินเดือนข้าราชการหนุนจีดีพีโตจิ๊บจ๊อย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติขึ้นเงินเดือนข้าราชการชั้น
ผู้น้อยและพนักงานราชการ 4% และขยายเพดานเงินเดือนข้าราชการทุกระดับ 10% มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. 2557 โดยใช้งบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท ว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ได้ประมาณ 0.1-0.2%







