
อ้อนรัฐปั้นห้วยโก๋นโยงจีน
เอกชนน่านมั่นใจหนุนการค้า-การท่องเที่ยวเชื่อมไทยเข้าลาวข้ามโขงสู่สิบสองปันนา
เอกชนน่านมั่นใจหนุนการค้า-การท่องเที่ยวเชื่อมไทยเข้าลาวข้ามโขงสู่สิบสองปันนา
เอกชนน่านอ้อนรัฐบูมด่านห้วยโก๋น หวังเชื่อมการค้าสู่สิบสองปันนา หลังสะพานข้ามโขงเสร็จปี’58
นายภูมิเกียรติ คูอาริยะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรบ้านห้วยโก๋น จ.น่าน ให้มีความเป็นด่านสากลมากขึ้น แม้ว่าด่านดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ในแผนยกระดับด่านชายแดน 12 ด่านเร่งด่วน ตามแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลก็ตาม
เพราะในอนาคตหากสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่บริเวณปากห้วยแคน ที่จีนลงทุนสร้างในลาวเสร็จตามแผนสิ้นปี 2558 ก็จะทำให้การเดินทางจากด่านห้วยโก๋น จ.น่าน เข้าไปยังสิบสองปันนาของจีนมีระยะทางใกล้มาก ประกอบกับ จ.น่าน อยู่ในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ R3A ซึ่งจะทำให้ด่านห้วยโก๋นมีความน่าสนใจมากขึ้น
“ปัจจุบันด่านห้วยโก๋นเป็นด่านถาวรอยู่แล้ว แต่ขาดการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนและจุดพักรถ เพราะติดปัญหาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ ยากที่จะพัฒนาให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ภาคเอกชนกระตุ้นภาครัฐให้ช่วยมาตลอด” นายภูมิเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้ มองว่าหากมีการพัฒนาด่านห้วยโก๋นให้มีความเป็นสากลมากขึ้น จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวใน จ.น่านให้คึกคักขึ้นด้วย เพราะจากด่านห้วยโก๋น จ.น่าน เข้าไปยังเมืองหงสาของลาวเพียงแค่ 30-40 กิโลเมตร และจากหงสาเข้าไปหลวงพระบางอีกประมาณ 100-200 กิโลเมตร และสามารถใช้สะพานข้ามโขงที่จีนเป็นผู้ลงทุนสร้างเพื่อเข้าไปถึงสิบสองปันนาของจีนได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม เส้นทางจากหงสาไปหลวงพระบางยังมีเส้นทางการจราจรไม่ดีนัก แต่ทราบว่ารัฐบาลไทยมีแผนจะเข้าไปช่วยลงทุนทำถนนเส้นดังกล่าวให้แก่ลาว คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงสิ้นปี 2558 เช่นกัน จะทำให้การเดินทางจากด่านห้วยโก๋นเข้าไปยังหลวงพระบางและเชื่อมไปถึงสิบสองปันนาของจีนได้สะดวกยิ่งขึ้น เอื้อต่อการขนส่งสินค้าเกษตร เนื่องจากระยะทางค่อนข้างสั้น
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังได้พยายามผลักดันโครงการก่อสร้างถนนสาย ฉ.(สายเลี่ยงเมือง) ที่สามารถลัดเขตเมืองไปยังหน้าด่านชายแดนห้วยโก๋น เพื่อลดความแออัดของการจราจรในเขตเมืองด้วย แต่ปัจจุบันโครงการดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนบริเวณด่านห้วยโก๋น ปัจจุบันมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการค้าขายในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค







