
TIIP ตะลุยมาเลเซีย
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยได้นำคณะนักศึกษาจากหลักสูตรผู้ลงทุนทรงคุณวุฒิ (Thai Intelligent Investors Program : TIIP) ที่ได้อบรมมาแล้ว 7 รุ่น ซึ่งได้มีตัวแทนของแต่ละรุ่นเข้าร่วมทริป Business Trip To Malaysia เมื่อวันที่ 16-18 พ.ย.ที่ผ่านมา
ในการเดินทางไปครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทริปรวม 39 คน นำโดย บรรจง จิตต์แจ้ง กรรมการสมาคมในฐานะประธานหลักสูตร ศิริพร สงบธรรม เลขาธิการสมาคมและตัวแทน TIIP จากรุ่นต่างๆ และมี RHB กรุ๊ป พาคณะนักศึกษาไปเยี่ยมชมกิจการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในต่างประเทศเป็นครั้งแรกเพื่อให้ได้มีการเรียนรู้และพบบริษัทชั้นนำของมาเลเซีย เช่น การไปเยี่ยมชมกิจการของ RHB Banking Group การเยี่ยมกิจการของ Bursa Malaysia และ Mah Sing Group ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทชั้นนำของมาเลเซีย
RHB ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจรอันดับ 4 ของประเทศมาเลเซีย ที่ดำเนินธุรกิจใน 3 ด้านหลักด้วยกัน คือ ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจระหว่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจวาณิชธนกิจ มีการขยายสาขาไปกว่า 9 ประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมถึงประเทศไทย ที่เปิดทางให้คณะได้เข้าเยี่ยมกิจการของ OSK Investment Bank Berhad และ RHB Capital Berhad ผู้ให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร ที่มีมูลค่าการซื้อขายใหญ่เป็นอันดับ 2 ในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย โดยมีบริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) ทำธุรกิจให้คำแนะนำด้านการลงทุน ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายล่วงหน้า การปรับโครงสร้างทุนหรือโครงสร้างหนี้ การนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และยังเป็นตัวแทนซื้อขายให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอีก 14 แห่ง
ทั้งนี้ ในส่วนของการซื้อขายหุ้นของมาเลเซียนั้นถือว่าเป็นไปในลักษณะเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่ในส่วนของนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชั่น) เฉลี่ยที่คิดกันอยู่นั้น จะอยู่ในอัตราประมาณ 0.17%
Wan Alimi ZaKi Deputy Director Instiutional Equities Corporate & Investment Banking Services RHB กล่าวว่า ทาง RHB ยังติดตามการลงทุนในประเทศไทย และนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้า และยังคงให้ความสนใจในการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ รวมถึงตลาดหุ้นไทยมองว่ายังน่าลงทุน
นอกจากนี้ ทางคณะได้เยี่ยมกิจการของตลาด Bursa Malaysia ที่ปัจจุบันมีหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนจำนวน 902 หุ้น จากตลาดหลักจำนวน 794 หุ้น และในตลาด Ace อีก 108 หุ้น และในตลาดนี้จะมีหุ้นที่โดดเด่น คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งไม่ต่างจากประเทศไทยที่จะเกาะติดไปตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและรถไฟเส้นต่างๆ เช่นกัน และกลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น
ขณะที่ Cocoaland ซึ่งเป็นบริษัทผลิตช็อกโกแลต ซึ่งยี่ห้อที่ขึ้นชื่อคือ koko Jelly คุกกี้ เวเฟอร์ต่าง ซึ่งบริษัทนี้มีความน่าสนใจเพราะถือว่าเป็นเจ้าตลาดเพราะมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 80% และยังเป็นบริษัทที่ถือหุ้นใหญ่โดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการของมาเลเซีย และแต่ละปีจะให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับ 4% กว่าๆ และยังเป็นบริษัทที่ยังสามารถครองใจผู้บริโภคอยู่
ส่วนบริษัท Mah Sing Group ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี มีโครงการที่ดำเนินการอยู่กว่า 47 โครงการทั่วมาเลเซีย ซึ่งในปี 2557 สิ้นสุดเดือน มิ.ย. มีรายได้กว่า 1.34 หมื่นล้านบาท







