
ธุรกิจลาวดูโอ ตลาดหุ้นไทย APMที่ปรึกษา
APM เตรียมนำ บจ.ลาวดูโอลิสต์กับตลาดหุ้นไทยในปี 2558
APM เตรียมนำ บจ.ลาวดูโอลิสต์กับตลาดหุ้นไทยในปี 2558
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทจะเป็นที่ปรึกษานำบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายสองตลาด(ดูโอลิสติ้ง) ทั้งในตลาดหุ้นลาวและตลาดหุ้นไทย 1 บริษัท คือ บริษัท สุวันนี วัสดุก่อสร้าง และจะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ลาวเพียงแห่งเดียว 1 บริษัท รวมเป็น 2 บริษัท
ทั้งนี้ บริษัท สุวันนี วัสดุก่อสร้าง ที่จะมีการซื้อขาย 2 ตลาด มีรูปแบบการทำธุรกิจในรูปแบบเดียวกับบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมี 3 สาขา ยอดขายต่อปีระดับ 1,000 ล้านบาท และต้องการระดมทุนในตลาดหุ้นเพื่อขยายสาขาอีก 10 สาขาอย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 ธ.ค. เตรียมจะนำบริษัท ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้นลาว ราคาจองที่ 16 บาท/หุ้น
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ลาวมีความน่าสนใจเข้าไปลงทุน โดยมีอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ที่ระดับ 8-9 เท่า ขณะที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 8-10%
นอกจากนั้น ในสัปดาห์หน้าจะไปหารือกับธนาคารพงสะหวัน ที่สนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นลาวในปี 2558
ท่านเดชพูวัง มูลรัตน์ ประธานคณะและหัวหน้าใหม่ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ลาว กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นลาวมีการซื้อขายเฉลี่ย 18 ล้านบาท/วัน เพิ่มขึ้นเท่าตัวนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนระบบการซื้อขายออนไลน์
นอกจากนี้ มีจำนวน บจ.ที่ซื้อขาย 3 บริษัท โดยบริษัท ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว ซึ่งจะเข้าซื้อขายในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะเป็นตัวที่ 4 และคาดว่าในปี 2558 จะมี บจ.เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอย่างน้อย 2 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวมกันประมาณ 9,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แผนยุทธศาสตร์ตลาดหุ้นลาวตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2563 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันจะเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าตัวจากปัจจุบัน หรือเห็นตัวเลขในระดับ 180 ล้านบาท และในแต่ละปีจะมีจำนวน บจ.เข้าใหม่อย่างน้อย 5 บริษัท หรือภายในปี 2563 จะมี บจ.ประมาณ 26 บริษัท แต่แผนส่วนตัวในใจคาดว่าจำนวน บจ.น่าจะสามารถเห็นได้ถึง 100 บริษัท โดยส่วนสำคัญจะเป็นตัวผลักดันคือการแปรรูปของรัฐวิสาหกิจ
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ได้เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงเกณฑ์การอนุญาตให้บริษัทเอกชนต่างชาติเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยเป็นแห่งที่สอง (Secondary Listing) ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้จะเปิดกว้างในการรับบริษัททุกระดับเข้ามาดูโอในตลาดหุ้นไทยได้ รวมไปถึงบริษัทจดทะเบียนจากกลุ่มประเทศในลุ่มน้ำโขง จากเกณฑ์เดิมจะจำกัดให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ 25 อันดับแรกเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. ระบุว่า เตรียมออกเกณฑ์รองรับการลงทุนและการออกตราสารของกลุ่มประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) เพื่อสนับสนุนให้ตลาดทุนไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการระดมทุนในภูมิภาค และให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ที่จะมีการประกาศในไตรมาสแรกปี 2558 จะออกเกณฑ์รองรับกลุ่มประเทศจีเอ็มเอสที่ต้องการเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นตลาดแรก







