
ปตท.ดิ้นรับมือก๊าซหมด ลุ้นเจรจาแหล่งกัมพูชา
ปตท.เตรียมแผนสำรองรับมือก๊าซอ่าวไทยทยอยลด หวั่นกระทบโรงแยกก๊าซใน 6-7 ปี ลุ้นเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
ปตท.เตรียมแผนสำรองรับมือก๊าซอ่าวไทยทยอยลด หวั่นกระทบโรงแยกก๊าซใน 6-7 ปี ลุ้นเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ปตท.ได้เตรียมแผนสำรองไว้ในกรณีที่ไทยไม่สามารถจัดหาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยได้เพิ่มขึ้นได้ในอีก 6-7 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซที่จะป้อนให้โรงแยกก๊าซของ ปตท. 6 แห่ง ต่ำกว่ากำลังการผลิต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการผลิตอีเทนและโพรเพนที่เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในประเทศ และจะกระทบไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แผนสำรองจะเน้นไปที่การนำเข้าอีเทนและโพรเพนจากต่างประเทศ แม้จะทำให้มีต้นทุนแพง และต้องยอมรับสภาพว่าจะกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจปิโตรเคมีของไทย โดยอาจต้องหยุดผลิตของบางอย่างที่แข่งขันลำบาก
นอกจากนี้ ในระยะยาวจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลาสติกชีวภาพจากวัตถุดิบภาคเกษตรของไทยให้มากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มของการค้าโลก
“ในระยะยาวไทยมีความจำเป็นที่จะหาแหล่งก๊าซธรรมชาติเพื่อป้อนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแหล่งก๊าซจากพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ที่มีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณก๊าซสำรองค่อนข้างสูง ต่างกับแหล่งก๊าซในประเทศที่พบยากมากขึ้นและเป็นบ่อขนาดเล็ก ประกอบกับก๊าซในแหล่งกัมพูชายังมีคุณสมบัติเหมือนก๊าซในอ่าวไทย ที่สามารถนำมาผลิตปิโตรเคมีได้ ในขณะที่แหล่งก๊าซจากพม่า และก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เหมาะกับการนำไปผลิตไฟฟ้าได้เป็นหลักเท่านั้น” นายณัฐชาติ กล่าว







