posttoday
จ้องคุมหุ้นเพิ่มทุนพีพีพิสดาร

จ้องคุมหุ้นเพิ่มทุนพีพีพิสดาร

08 ธันวาคม 2557

ก.ล.ต.จ่อดึงขายหุ้นพีพีกลับมาอยู่ใต้กฎหมายหลักทรัพย์ปล่อยดูแลกันเอง เป็นช่องขายหุ้นต่ำเกินไป

ก.ล.ต.จ่อดึงขายหุ้นพีพีกลับมาอยู่ใต้กฎหมายหลักทรัพย์ปล่อยดูแลกันเอง เป็นช่องขายหุ้นต่ำเกินไป

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า  ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้มีการประชุมและหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อออกกฎเกณฑ์ในการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนประเภทต่างๆ โดยเฉพาะการขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) ในลักษณะที่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นและนักลงทุน เพราะจะเสนอขายหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าในตลาดมาก

ทั้งนี้ ในการหารือได้มีการสรุปมาตรการและแนวทางที่จะมีการปรับปรุงเพื่อนำมาใช้ใน 3 ประเด็น คือ 1.การคำนวณ “ราคาต่ำ” เกณฑ์ให้ 90% ของราคาตลาด ณ วันกำหนดราคา ซึ่งวันกำหนดราคาเปิดให้เลือกได้หลายวัน เช่น วันมีมติคณะกรรมการ วันมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น วันขาย หลายบริษัทเลยเลือกวันมีมติคณะกรรมการและกำหนดราคาไว้ กว่าจะขายอีกนาน ราคาไปแล้วเลยต้องปรับคือถ้าเป็น Strategic Partner ยังใช้เหมือนเดิมได้ แต่ถ้าผู้ลงทุนอื่นขอให้ใช้วันขายใหม่

2.เพิ่มกลไกกำกับดูแลแทนที่จะอนุญาตทั่วไป ต้องยื่นหนังสือนัดประชุมที่มีข้อมูลครบถ้วน คณะกรรมการต้องให้ความเห็นถึงวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน จะใช้เงินไปทำอะไร โครงการมีจริงไหมมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีวัตถุประสงค์ชัดเจนต้องนับเป็น General Mandate 3.เป็นมาตรการตลาด ซึ่งกำลังดูว่าควรใช้การกำหนดระยะเวลาการขายหุ้น หรือ Silent Period สำหรับการขายพีพีให้ใครในลักษณะไหน

สำหรับการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ผ่านมาจะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 33 ที่ครอบคลุมการออกหลักทรัพย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพีพี หรือการขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป (พีโอ) แต่ยกเว้นการขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (อาร์โอ) ออกไป แต่ในระยะหลังทางสำนักงานไม่ได้ดู เพราะในการขายหุ้นแบบพีพีได้อนุญาตเป็นการทั่วไป แต่เริ่มมีประเด็นที่เป็นปัญหามีการกระทำที่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ทางสำนักงานจะกลับเข้าไปควบคุมดูแลอีกรอบ หลังจากที่ให้คณะกรรมการบริษัทและสมาคมบริษัทจดทะเบียนดูแลกันเองแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร

“เบื้องต้นจะกำหนดให้บรรจุในวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและให้ระบุทุกอย่างไว้ให้ชัดเจน ซึ่งหากบริษัทมีการกระทำที่เอาเปรียบไม่ถูกต้อง ผู้ถือหุ้นจะสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องได้ โดยเกณฑ์ใหม่จะไม่ใช่แบบเหวี่ยงแห จะควบคุมเฉพาะบริษัทที่มีการขายหุ้นต่ำกว่าตลาดมากๆ หรือไม่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่เห็นว่าจะสร้างกำไรให้กับผู้ถือหุ้นที่คุ้มค่ากับการได้รับผลกระทบจากการเพิ่มทุน” นายวรพล กล่าว

เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ได้ข้อสรุปแล้วจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องก่อน แต่จะทำให้เร็วที่สุดเพื่อให้ออกประกาศและเป็นไปได้ภายในไตรมาส 1 หรือ 2 ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การขายหุ้นแบบพีพีให้นักลงทุนรายใหญ่สามารถทำได้ เพราะมีประโยชน์ต่อบริษัท ในกรณีที่นักลงทุนรายนั้นต้องการเข้ามาลงทุน  เพราะทำให้ฐานของนักลงทุนระยะยาวมีมากขึ้น ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของราคาหุ้น

รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ในช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 24 พ.ย. 2557 พบว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีการเพิ่มทุนด้วยการเสนอขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจงมีมูลค่ามากถึง 5.87 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2556 ที่มีมูลค่า 2.99 หมื่นล้านบาท และพบว่ามีการขายพีพีในราคาต่ำจำนวน 7,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเพียง 1,148 ล้านบาท

ขณะที่ยอดการระดมทุนเฉพาะเดือน พ.ย. พบว่ามี บจ.เพิ่มทุนรวม 7,215 ล้านบาท และเป็นการขายให้กลุ่มพีพีจำนวน 3,901 ล้านบาท

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดทุนเกิดพฤติกรรมการเอาเปรียบรายย่อยอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีบริษัทหนึ่งประสบความสำเร็จในการขายพีพีในราคาต่ำให้กับกลุ่มนักลงทุนขาใหญ่ แล้วสามารถสร้างสตอรี่และสนับสนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง จึงทำให้บริษัทอื่นๆ ดำเนินการขายหุ้นพีพีราคาต่ำๆ ตามมา และผู้ถือหุ้นใหม่เหล่านั้นก็รีบขายหุ้นถูกในกระดานเพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นถูกๆ ตัวใหม่ สร้างกำไรมหาศาลให้นักลงทุนรายใหญ่

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย