
เจนบรรเจิดผุดแค๊ตตาล็อกเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงาน
เจนบรรเจิด ผุดแค๊ตตาล็อกเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเล่มแรกของเมืองไทย วางเป้าภายใน 4 ปี ยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท
เจนบรรเจิด ผุดแค๊ตตาล็อกเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเล่มแรกของเมืองไทย วางเป้าภายใน 4 ปี ยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท
นายประเสริฐ เจนศิริวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจนบรรเจิด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์จัดเก็บ ยกย้ายสินค้า และวัสดุเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรม และคลังสินค้า เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว แค๊ตตาล็อก เจนบรรเจิด เพื่อจำหน่ายอุปกรณ์จัดเก็บ ยกย้ายสินค้า และวัสดุต่างๆ ซึ่งถือเป็นแค๊ตตาล็อกเล่มแรกในเมืองไทยที่นำเสนอขายสินค้าในหมวดหมู่ดังกล่าว ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติก และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ โดยบริษัทจะแจกให้กับลูกค้าเดิมที่มีอยู่ 1.5 หมื่นราย และจะขยายไปยังลูกค้าใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย
“เมื่อ 26 ปีที่ผ่านมา บริษัทเป็นผู้ขายตรงอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่เนื่องจากตลาดดังกล่าวมีการแข่งขันรุนแรง มีคู่แข่งในตลาดเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสินค้ามีจำนวนมากขึ้น และหลากหลายมากขึ้น บริษัทจึงเปลี่ยนแนวทางการขายมาเป็นการขายผ่านแค๊ตตาล็อก ซึ่งเพื่อดำเนินการขายแบบแค๊ตตาล็อก บริษัทต้องลงทุนระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอลเซ็นเตอร์ รถจัดส่งสินค้า และเพิ่มพนักงาน รวมถึงการผลิตแค๊คตาล็อก รวมแล้วเป็นเงินราว 20 ล้านบาท” นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ในแค๊ตตาล็อก ดังกล่าวมีจำนวนสินค้าที่ขายสินค้า 3,000 รายการ ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่ขายแบบขายตรงอยู่ 700 รายการ และในปี 2555 จะมีสินค้าเพิ่มเป็น 5,000 รายการ จากการขายดังกล่าวจะส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะมียอดขายราว 525 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากสินค้า 700 รายการเดิม 500 ล้านบาท และจากสินค้าใหม่ 2,300 รายการ 25 ล้านบาท เนื่องจากขายได้เพียง 6 เดือนหลังเท่านั้น และคาดว่าในอีก 3 – 4 ปีข้างหน้ายอดขายจากสินค้าใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็น 300 – 400 ล้านบาท โดยจะส่งผลให้ภาพรวมรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะจัดจำหน่ายสินค้าผ่านแค๊ตตาล็อกไปยังประเทศเพื่อนบ้านกับประเทศไทย เช่น ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มต้นกับลูกค้าเก่าของบริษัทที่มีการสั่งสินค้ากันอยู่บางแล้ว โดยบริษัทจะพร้อมดำเนินการได้ภายใน 3 – 4 ปี ข้างหน้า







