
ชาวนามุ่งสู่ดิจิทัลฟาร์มมิ่ง
กลุ่มข้าวหอมฯ ศรีสะเกษ เตรียมลุยดิจิทัลฟาร์มมิ่งปีหน้า เร่งปั้นแบรนด์ “ลุงบุญมี” เจาะต่างประเทศ
กลุ่มข้าวหอมฯ ศรีสะเกษ เตรียมลุยดิจิทัลฟาร์มมิ่งปีหน้า เร่งปั้นแบรนด์ “ลุงบุญมี” เจาะต่างประเทศ
นายบุญมี สุระโคตร ประธานกลุ่มปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ บ้านอุ่มแสง ต.ดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในฐานะประธานกลุ่มฯ ได้วางแผนงานเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ภาคการผลิตเกษตรดิจิทัล หรือ “ดิจิทัล ฟาร์มมิ่ง” ให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ของภาครัฐ ซึ่งช่วงที่ผ่านมามีเครือข่ายผู้ปลูกข้าว จ.ยโสธร เริ่มวางระบบการทำงานสู่เครือข่ายดิจิทัล ฟาร์มมิ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มรับรู้แต่เฉพาะภาพรวมของนโยบายดังกล่าว แต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในเชิงรายละเอียด โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อเรื่องนี้ควรเร่งเข้าให้ความรู้ เพื่อให้ภาคการผลิตสินค้าเกษตรกร หรือชาวนาผู้ปลูกข้าวมีความรู้ในเรื่องดังกล่าวพร้อมลงมือทำได้จริง ว่าจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือในภาคการเกษตรให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร
ขณะที่ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกกว่า 1,115 ครัวเรือน โดยแต่ละครัวเรือนมีพื่นที่นาเพื่อทำการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ตั้งแต่ 3-10 ไร่ และยังมีสมาชิกเครือข่ายในจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ อาทิ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ เป็นต้น โดยแต่ละปีมีผลผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์อยู่ที่ประมาณ 9,000-1 หมื่นตัน/ปี มีข้าวสายพันธุ์หลัก คือ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสี หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างๆ รวม 7-8 ชนิด
พร้อมกันนี้ ทางกลุ่มยังอยู่ระหว่างการพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อขยายตลาดส่งออกได้ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย โดยจะแบ่งตามระยะ (เฟส) ดังนี้ ในเฟสแรก เป็นการรวมกลุ่มสมาชิก จากในเฟสที่ 2 จะมุ่งสร้างมาตรฐานไอเอสโอเพื่อรองรับการผลิตและทำตลาด และในเฟสที่ 3 เป็นการสร้างมาตรฐานเพื่อการส่งออกในตลาดต่างประเทศ กลุ่มยุโรป และสหรัฐ
ขณะที่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิฯ ของทางกลุ่ม เน้นทำตลาดหลัก 80% ในต่างประเทศ และอีก 20% ทำตลาดในประเทศ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของตลาด เพื่อสร้างแบรนด์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ตราลุงบุญมี เพื่อทำตลาดเองในต่างประเทศด้วย จากปัจจุบันทำตลาดผ่านผู้รับซื้อ (เทรดเดอร์) และช่องทางออนไลน์ อาทิ เวบไซต์ เฟซบุ๊ก เป็นต้น







