
คลอดกฎหมายแฟรนไชส์
สมาคมแฟรนไชส์ เร่งผลักดันกฎหมายแฟรนไชส์เข้า สนช. หวังมีผลปีหน้า รับเปิดอาเซียน
สมาคมแฟรนไชส์ เร่งผลักดันกฎหมายแฟรนไชส์เข้า สนช. หวังมีผลปีหน้า รับเปิดอาเซียน
นายสวาสดิ์ มิตรอารี นายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ เปิดเผยว่า สมาคมแฟรนไชส์ฯ กำลังเร่งผลักดัน กฎหมายแฟรนไชส์ของประเทศไทยให้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก่อนเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ สนช.เห็นชอบกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางการภายในปี 2558 ก่อนที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในช่วงปลายปีหน้า
สำหรับความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายแฟรนไชส์ เนื่องจากต้องการให้การกำหนดมาตรการของแฟรนไชส์ให้ได้ตามเกณฑ์ มีระบบ การดูแล การควบคุม แฟรนไชซี (Franchisee) ให้ได้รับความเป็นธรรมจาก แฟรนไชซอร์ (Franchisor) เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบทางธุรกิจ รวมทั้งป้องกันการทำธุรกิจแฟรนไชส์ที่หลอกลวงกลุ่มผู้บริโภค และอาจมีแฝงมาในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ เพื่อให้มีกฎหมายลงโทษอย่างเข้มงวดและจริงจัง
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวได้ร่างขึ้นมาประมาณ 10 ปีแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา แต่เมื่อมีการยุบสภาของรัฐบาลในชุดที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้กฎหมายไม่ได้รับการพิจารณา อีกทั้งในปีหน้าจะมีการเปิดเออีซี เชื่อว่าจะมีธุรกิจแฟรนไชส์จากประเทศในอาเซียนเข้ามาเปิดในประเทศไทยจำนวนมาก จึงควรมีกฎเกณฑ์การทำธุรกิจที่ให้ความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทุกกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ในปีนี้ไม่มีการเติบโตแต่อย่างใด และการลงทุนเปิดธุรกิจใหม่อยู่ในภาวะที่ชะลอตัวเช่นกัน เนื่องจากเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่หดตัวลง และกำลังซื้อในประเทศลดลง รวมทั้งมีปัญหาการเมืองในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากเดิมคาดว่าธุรกิจแฟรนไชส์จะเติบโตในอัตราที่ดีกว่านี้ แต่ทั้งนี้ประเมินว่าในปีหน้า ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยจะกลับมาขยายตัวได้ดี
“จากเดิมที่เคยคาดว่าธุรกิจแฟรนไชส์จะเติบโต10%เแต่ช่วงที่ผ่านมาถึงขณะนี้มีหลายปัจจัยลบเกิดขึ้นทั้งการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัว” นายสวาสดิ์ กล่าว
รายงานข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในระบบราว 1,514 ราย แบ่งเป็น นิติบุคคล 1,204 ราย และบุคคลธรรมดา 310 ราย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเติบโตปีละประมาณ 15-20%







