
ฐานผลิตรถไทยปึ้ก
ผู้บริหารฟอร์ดอาเซียนยันไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ของภูมิภาค ชี้ต้องการวิศวกรเพิ่มอีก 5 ปีข้างหน้า
ผู้บริหารฟอร์ดอาเซียนยันไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ของภูมิภาค ชี้ต้องการวิศวกรเพิ่มอีก 5 ปีข้างหน้า
นายแมทท์ แบรดลีย์ ประธานบริษัท ฟอร์ด ภูมิภาคอาเซียน กล่าวในงาน Bloomberg ASEAN Business Summit ว่า ปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตรถยนต์มากที่สุดในอาเซียน ด้วยกำลังการผลิต 2.5 ล้านคัน ขณะที่อินโดนีเซียมีกำลังการผลิตอันดับ 2 ประมาณ 1.2-1.3 ล้านคัน ในช่วงหลังจากนี้ เชื่อว่าไทยจะยังคงเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค เพราะมีห่วงโซ่อุปทานและวัตถุดิบครบถ้วน
ทั้งนี้ แม้อินโดนีเซียจะตั้งเป้าเป็นฐานการผลิตเช่นเดียวกัน แต่ยังคงมีเป้าหมายหลักคือผลิตป้อนตลาดในประเทศ ไม่ใช่ส่งออก ก้าวต่อไปจึงจำเป็นต้องก้าวข้ามตลาดในประเทศให้ได้ก่อน เพื่อให้กลายเป็นฐานการผลิตอย่างแท้จริง อย่างไรก็ดีทั้งไทยและอินโดนีเซียจะถือเป็นความหวังของอาเซียนในอนาคต
สำหรับในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า อาเซียนจะมีความต้องการวิศวกรสูงขึ้น และจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ก้าวข้ามการเป็นฐานการผลิต ไปสู่ภาคอื่นๆ ที่จำเป็นต่อไป
ปัจจุบันเอเชียมีฐานการผลิตที่สำคัญอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ จีน อินเดีย และอาเซียน แต่จีนก็ยังคงเป็นฐานการผลิตที่ขับเคลื่อนโดยการบริโภคในประเทศเช่นเดียวกัน
ด้าน นายวิลเลียม นีเบอร์ รองประธาน บริษัท ดูปองท์ กล่าวว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของอาเซียน คือ เรื่องผลิตภาพ แต่ปัญหาดังกล่าวสามารถจัดการได้ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น ภาคการผลิตต้องนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมให้แก่สินค้าของตัวเอง
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน คือ ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งโครงสร้างสถาบันการเมือง และโครงสร้างสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เช่น ธนาคารกลาง ตลาดทุนต่างๆ อาเซียนจึงต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างของสถาบันต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจโปร่งใส เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดี ดึงดูดนักลงทุน







