
ทีซีซีฯนำโมเดล F&N หัวหอกรบค้าปลีกในไทย
หนึ่งในกลุ่มทุนหนาที่ถูกจับตามองในทุกการเคลื่อนไหวมากที่สุด คงหนีไม่พ้นกลุ่มทีซีซี แลนด์ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เพราะนอกจากเม็ดเงินมหาศาล ยังเป็นกลุ่มทุนที่แผ่อาณาจักรไปเกือบทุกประเภทธุรกิจ โดยในส่วนของธุรกิจค้าปลีก แม้จะสำเร็จแบบเงียบๆ จากศูนย์ไอที พันธุ์ทิพย์พลาซ่า และกลุ่มตะวันนา รวมถึงค้าปลีกริมแม่น้ำเอเชียทีค แต่ภาพลักษณ์ของกลุ่มทีซีซี แลนด์ ต่อธุรกิจค้าปลีกก็ยังไม่เจิดจรัสมากนัก
หนึ่งในกลุ่มทุนหนาที่ถูกจับตามองในทุกการเคลื่อนไหวมากที่สุด คงหนีไม่พ้นกลุ่มทีซีซี แลนด์ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เพราะนอกจากเม็ดเงินมหาศาล ยังเป็นกลุ่มทุนที่แผ่อาณาจักรไปเกือบทุกประเภทธุรกิจ โดยในส่วนของธุรกิจค้าปลีก แม้จะสำเร็จแบบเงียบๆ จากศูนย์ไอที พันธุ์ทิพย์พลาซ่า และกลุ่มตะวันนา รวมถึงค้าปลีกริมแม่น้ำเอเชียทีค แต่ภาพลักษณ์ของกลุ่มทีซีซี แลนด์ ต่อธุรกิจค้าปลีกก็ยังไม่เจิดจรัสมากนัก
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังมี 2 ศูนย์การค้าใจกลางเมือง ทั้งย่านสยามและย่านเอกมัย ที่กลุ่มทีซีซี แลนด์ ยังปั้นให้แจ้งเกิดไม่ได้ ทั้งที่ทั้งสองศูนย์การค้าอยู่ในทำเลทอง ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามและเอกมัย ในขณะที่การแข่งขันค้าปลีกรุนแรงขึ้น ต่อจากคู่แข่งมือหนึ่งในแวดวงค้าปลีกขนาบข้างในหลายทำเล ทำให้วันนี้ ทีซีซี แลนด์ ต้องลุกขึ้นมาปรับตัวครั้งใหญ่
เริ่มจากปรับโครงสร้างองค์กร ยุบหน่วยธุรกิจค้าปลีกจาก 5-6 กลุ่ม เหลือ 2 กลุ่มให้ชัด แบ่งเป็นกลุ่มรีเทลเอเชียทีค เกทเวย์ และกลุ่มศูนย์ไอที พันธุ์ทิพย์ ตะวันนา โดยบริษัทแม่ ทีซีซี กรุ๊ป เพิ่งโอนกลุ่มเกทเวย์ทั้งสยามและเอกมัย ให้มาอยู่ทีมมือปั้นเอเชียทีคเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา
“นับจากนี้ทีมเอเชียทีคและเกทเวย์จะลงทุนต่อเนื่อง โดยจะใช้ 2 แบรนด์ คือ เอเชียทีคและเกทเวย์ เป็นแบรนด์หลักขยายสาขาใหม่ โดยเอเชียทีคจะเป็นแบรนด์คอมมูนิตี้มอลล์มีจุดขายชัดจับกลุ่มทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนเกทเวย์เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์” ณภัทร เจริญกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มรีเทล บริษัท ทีซีซี แลนด์ กล่าว
ทั้งนี้ แนวคิดคอมมูนิตี้ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ มีไอเดียจากที่บริษัทแม่ ส่งไปศึกษาแนวคิดคอมมูนิตี้มอลล์ประมาณ 10 แห่ง ของกลุ่มเอฟ แอนด์ เอ็น ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นโมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ที่ประสบความสำเร็จมาก โดยแนวคิดดังกล่าวผสมระหว่างโมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ กับโมเดลช็อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ ปรับขนาดให้เหมาะสม และเลือกบริการที่ได้รับความนิยมจากทั้งสองโมเดลมาไว้ในแนวคิดดังกล่าว
ณภัทร กล่าวว่า คอมมูนิตี้มอลล์ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก พื้นที่ไม่เกิน 6,000-8,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้ครบ ส่วนช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ที่มีขนาด 6 หมื่น-1 แสน ตร.ม. ก็ใหญ่เกินไป ดังนั้นโมเดลคอมมูนิตี้ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ถือว่าลงตัวมาก เพราะมีขนาดที่ใส่ทุกอย่างที่ผู้บริโภคต้องการลงไปได้ ซึ่งการขยายสาขาใหม่ของเกทเวย์นับจากนี้ จะใช้โมเดลนี้ในการลงทุน
ในส่วนของเกทเวย์ที่มีอยู่ 2 แห่งในปัจจุบัน ต้องเรียกว่าลุกขึ้นมาปรับครั้งใหญ่ โดยเฉพาะดิจิตอล เกทเวย์ สยามสแควร์ ซึ่งถือเป็นไข่แดงใจกลางย่านสยามที่ได้สิทธิพัฒนาจากสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรับโฉมใหม่ในรอบ 5 ปีจากที่ิ่เปิดให้บริการ และเห็นแล้วว่าแนวคิดศูนย์ไอทีไม่เหมาะกับย่านสยามสแควร์ จึงปรับโฉม พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “เซ็นเตอร์พ้อยท์ ออฟ สยามสแควร์” ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อที่สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ ให้เลือกใช้ได้ โดยเปลี่ยนจากศูนย์ไอที ที่เดิมมีสินค้าไอทีประมาณ 50% และสินค้าคอสเมติก 50% เป็นคอสเมติก 100% จับกลุ่มผู้หญิงอายุ 15-25 ปี
นอกจากนี้ เซ็นเตอร์พ้อยท์ฯ โฉมใหม่ยังเปลี่ยนสีอาคารจากสีเขียวเป็นสีชมพู โดยศูนย์แห่งนี้มีพื้นที่ขายรวม 4,000 ตร.ม. มีด้วยกัน 5 ชั้น ปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่เพียง 30% นอกนั้นปิดปรับปรุง คาดว่าจะแล้วเสร็จเต็ม
รูปแบบกลางปีหน้า ซึ่งจะมีทางเชื่อมไปสยามวันด้วย หลังปรับจะขยับค่าเช่า 20% จากเดือนละ 3,000 บาท/ตร.ม.
ส่วนเกทเวย์ เอกมัย เดิมชูจุดขายเรื่องศูนย์การค้าสไตล์ญี่ปุ่นจะยังคงเดิม แต่ปรับร้านค้าให้ตอบโจทย์คนย่านเอกมัย ทองหล่อ ดึงเมืองหิมะมาเป็นแม่เหล็กใหม่ ตั้งเป้าเปิดกลางปีหน้า และจะปรับค่าเช่าขึ้น
สำหรับเอเชียทีค จะปรับเฟส 1 ที่มีร้านค้า 1,500 แห่ง จะหมดสัญญาเช่า 3 ปี จะขยายเอเชียทีค เฟส 2 ฝั่งลานจอดรถติดกับเอเชียทีค เฟส 1 บนพื้นที่ 16 ไร่ ค้าปลีก อาคารจอดรถ 1,200 คัน คอนเวนชั่นฮอลล์ และโรงแรม 1 อาคาร ลงทุน 3,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นอีไอเอ คาดจะสร้างเสร็จปลายปี 2559
ส่วนเอเชียทีค เฟส 3 ซึ่งอยู่ฝั่งเจริญนคร ตรงข้ามฝั่งริมแม่น้ำเอเชียทีค เฟส 1 พื้นที่ 30 ไร่ ค้าปลีก และโรงแรม 2 อาคาร ส่วนนี้จะมีเคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างเอเชียทีคฝั่งเจริญกรุงกับฝั่งเจริญนคร ลงทุน 5,000 ล้านบาท ส่วนเอเชียทีค เฟส 4 ฝั่งเจริญกรุง ตรงข้ามกับฝั่งริมถนนเอเชียทีค เฟส 1 บนพื้นที่ 30 ไร่ ยังไม่มีแผนพัฒนาชัด แต่อยู่ในมาสเตอร์แพลน 5-10 ปี ซึ่งมีแผนจะขยายเอเชียทีคไพรม์ ที่หัวหิน และพัทยา แห่งละ 15 ไร่ และลงทุนในกรุงเทพฯ อีก 1 แห่ง
จากมาสเตอร์แพลน เชื่อกลุ่มทีซีซี แลนด์ จะขึ้นมาเป็นอีกกลุ่มทุนใหญ่ในวงการค้าปลีกไทย







