
กรุงไทยเข้าวินหุ้นเอเชียเหนือจ้องเสิร์ฟใหม่
KTAM เฮ! ไม่ถึงเดือนตลาดหุ้นเอเชียเหนือเข้าเป้า 8% จ่อเสิร์ฟกองใหม่ “กสิกร” ทริกเกอร์หุ้นจีน
KTAM เฮ! ไม่ถึงเดือนตลาดหุ้นเอเชียเหนือเข้าเป้า 8% จ่อเสิร์ฟกองใหม่ “กสิกร” ทริกเกอร์หุ้นจีน
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทบริหารกองทุนเปิดเคแทม นอร์ท เอเชีย อิควิตี้ 8% ทริกเกอร์ ฟันด์ (KTNA8) ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย 8% ให้แก่ผู้ถือหน่วย โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟของประเทศในภูมิภาคเอเชียเหนือ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกงและเกาหลีใต้
ทั้งนี้ กองทุนจะสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนทั้งหมดไปยังกองทุนเปิดกรุงไทยสะสมทรัพย์ (KTSS) ภายในสัปดาห์นี้ผู้ลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ แต่หากนักลงทุนยังไม่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินก็สามารถพักเงินไว้ในกองทุน KTSS เพื่อรอสับเปลี่ยนมายังกองทุนเปิดเคแทม นอร์ท เอเชีย อิควิตี้ ที่จะเปิดจำหน่ายกองใหม่ในเร็วๆ นี้ได้
ด้าน นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2557 กองทุนเปิดเค ไชน่า อิควิตี้ ทริกเกอร์ 2 (KCET2) สร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย 5% โดยมีมูลค่าหน่วยลงทุน 10.5724 บาท/หน่วย ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขเลิกกองทุนก่อนกำหนด โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 14 เดือน
“บลจ.กสิกรไทย จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติในวันที่ 3 ธ.ค. 2557 และชำระเงินค่าขายคืนให้กับผู้ลงทุนในราคาไม่ต่ำกว่า 10.55 บาท/หน่วย ในวันที่ 4 ธ.ค. 2557”นายนาวิน กล่าว
กองทุนดังกล่าวเน้นลงทุนในกองทุน iShares FTSE A50 China Index ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดฮ่องกงและมุ่งสร้างผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี FTSE China A 50 ที่ประกอบไปด้วยหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นจำนวน 50 หุ้น ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุด
นายนาวิน กล่าวอีกว่า ปัจจัยสนับสนุนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มาจากการที่ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างไม่คาดหมาย เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยกู้ยืม โดยถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2555 เพื่อต้องการลดต้นทุนการกู้ยืมและกระตุ้นการลงทุนให้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การเปิดตัวโครงการเชื่อมโยงตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา เอื้อให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น A-Share มากขึ้น ช่วยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่ง บลจ.กสิกรไทย เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักมาจากการปฏิรูปแผนโครงสร้างเศรษฐกิจ







