
บี้7รัฐวิสาหกิจ ลดต้นทุนหนัก กดบินไทย30%
ซูเปอร์บอร์ดตั้งเป้าลดต้นทุนการบินไทย 30% สั่งไอแบงก์ลดรายจ่ายแลกเพิ่มทุน 5,000 ล้านบาท
ซูเปอร์บอร์ดตั้งเป้าลดต้นทุนการบินไทย 30% สั่งไอแบงก์ลดรายจ่ายแลกเพิ่มทุน 5,000 ล้านบาท
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2557 ได้รับทราบรายงานของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ “ซูเปอร์บอร์ด” ที่มีมาตรการให้รัฐวิสาหกิจ 7 แห่งที่มีปัญหาต้องทำแผนฟื้นฟู ไปดำเนินการเร่งด่วนแล้ว
ทั้งนี้ คนร.กำหนดให้บริษัท การบินไทยเร่งปรับปรุงแผนแก้ไขปัญหาองค์กรโดยเน้นที่การลดต้นทุนอย่างจริงจัง และลดหน่วยธุรกิจที่ไม่ทำกำไร โดยแผนลดต้นทุนต้องมีเป้าหมายที่ท้าทาย เช่น 20–30% รวมทั้งนำเสนอมาตรการที่ใช้ประโยชน์จากพันธมิตรสายการบินอย่างเป็นรูปธรรมและให้ความสำคัญกับตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่ต้องวิเคราะห์รายละเอียด และมีกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเพียงจะเป็นสายการบินที่ให้บริการระดับแพลทินัม
บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท.โทรคมนาคม นั้น ให้ตรวจสอบวิเคราะห์สถานะองค์กร (ดิวดิลิเจนซ์) และให้จัดกลุ่มธุรกิจ 6 กลุ่มที่เหมือนกัน และพิจารณายุบรวมเพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น ได้แก่ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม กลุ่มเสาโทรคมนาคม กลุ่มอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มโทรศัพท์ประจำที่และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และกลุ่มบริการด้านไอที (ไอดีซี) และคลาวด์คอมพิวเตอร์
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้รวบรวมข้อพิพาททางกฎหมายและแนวทางแก้ไขพิจารณายุบเลิกหรือปรับปรุงการบริหารบริษัทลูกให้สอดคล้องกับแนวทางประกอบธุรกิจในอนาคต (เฉพาะบริษัท ทีโอที) ปรับปรุงแนวทางการลดค่าใช้จ่าย โดยให้ลดค่าใช้จ่ายดำเนินการอย่างน้อย 10% และให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาทิศทางของธุรกิจโทรคมนาคม และเสนอแนวทางดำเนินธุรกิจและปรับโครงสร้างในอนาคต
สำหรับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ให้ตรวจสอบดิวดิลิเจนซ์ จัดทำแผนและทิศทางการดำเนินการในอนาคต โดยให้เอสเอ็มอีแบงก์คงหลักเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท ในสัดส่วน 80% ของสินเชื่อรวม
ด้านแหล่งข่าวจากไอแบงก์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น คนร. สั่งมาตรการเข้มข้นให้ไอแบงก์เพิ่มเติม 4 ข้อจากแผนฟื้นฟู คือ 1.ลดค่าใช้จ่ายให้ได้ปีละ 15-20% 2.เพิ่มพอร์ตลูกค้ามุสลิมให้โตอีกปีละ 10-20% 3.ให้ย้ายสาขาของธนาคารในห้างสรรพสินค้ามาตั้งภายนอก และ 4.ปรับสัดส่วนพนักงานขายต่อพนักงานสนับสนุนให้เป็นสัดส่วน 2:1 ซึ่งหากแผนฟื้นฟูผ่านความเห็นชอบ คาดว่าจะได้รับการเพิ่มทุนรวมประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อนำมาชดเชยผลขาดทุนสะสมกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นั้น ให้กลับไปทำแผนฟื้นฟูเพิ่มเติม โดยควรให้มีการแยกบทบาทการกำกับดูแลออกจากหน่วยปฏิบัติการ







