
ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยยังต่ำ
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (24-28 พ.ย. 2557) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 333,418 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 66,684 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 0.5% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 66% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 218,823 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 83,661 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,805 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (24-28 พ.ย. 2557) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 333,418 ล้านบาท หรือเฉลี่ย
อยู่ที่ประมาณวันละ 66,684 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 0.5% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 66%
ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 218,823 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond)
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อน
ข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 83,661 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,805 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 4.6 ปี) LB21DA (อายุ 7.1 ปี) และ LB236A (อายุ 8.6 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 16,608 ล้านบาท 10,452 ล้านบาท และ 10,157 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส รุ่น AYCAL154A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 534 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โฮม
โปรดักส์ เซ็นเตอร์ รุ่น HMPRO159B (A+) มูลค่าการซื้อขาย 407 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท
โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT174A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 250 ล้านบาท
ราคา (Price) ของพันธบัตรรัฐบาลอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือผู้ซื้อจะได้ผลตอบแทน (Yield) ลดลงประมาณ 0.01-0.05% หากเข้าซื้อพันธบัตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด (28 พ.ย. 2557) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ดำเนินธุรกรรม Bond Switching (การแลกเปลี่ยนพันธบัตร โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถนำพันธบัตรรัฐบาลที่ถือครองอยู่มาแลกเปลี่ยนเป็นพันธบัตรรุ่นที่กระทรวงการคลังกำหนด) เพื่อรองรับการบริหารหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างหนี้ และเพิ่มสภาพคล่องในตลาดรอง ซึ่งผลจากการทำธุรกรรมดังกล่าว ทำให้พันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 0.5 ปี (LB155A) ถูกนำมาแลกเป็นพันธบัตรรุ่นใหม่จำนวน 4 รุ่น (อายุ 2.7 ปี 4.3 ปี 7.2 ปี และ 23.2 ปี) โดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นประมาณ 7.6 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยล่าสุดประเทศจีนได้ประกาศลดดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปี และดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว นอกจากนี้แล้วที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) มีมติไม่ลดระดับการผลิตน้ำมัน โดยจะคงเพดานการผลิตไว้ที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวลดลงก็ตาม ผลของการประชุมดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันในอนาคตมีโอกาสลดลงได้อีก และเพิ่มความเสี่ยงของการ
เข้าสู่ภาวะเงินฝืดในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรปที่เริ่มเห็นสัญญาณของการเข้าสู่ภาวะเงินฝืดบ้างแล้ว และด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าทิศทางดอกเบี้ย
ในประเทศไทยน่าจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปอีกสักระยะ และมีส่วนทำให้ Yield ของพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-28 พ.ย. 2557) เงินต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือ > 1 ปี) อีก 392 ล้านบาท







