
เร่งตั้งกรรมการการค้าดิจิทัลรับเศรษฐกิจยุคใหม่
สพธอ. แนะรัฐเร่งตั้งกรรมการการค้าแห่งชาติ จัดทำมาตรฐานสินค้าและบริการ รับมือแข่งขันยุคดิจิทัล
สพธอ. แนะรัฐเร่งตั้งกรรมการการค้าแห่งชาติ จัดทำมาตรฐานสินค้าและบริการ รับมือแข่งขันยุคดิจิทัล
นายวรรณวิทย์ อาขุบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการด้านการค้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งองค์การสหประชาชาติ (UN/CEFACT) ได้ผ่านการเห็นชอบ “ข้อแนะนำ 40” สำหรับใช้ในธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีผลในเดือน ก.พ. 2558 ซึ่งมีผลผูกพันประเทศสมาชิกรวมทั้งไทยด้วย ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งตั้งคณะกรรมการการค้าแห่งชาติขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ
สำหรับข้อแนะนำ 40 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่ในการให้คำแนะนำแก่ภาครัฐและเอกชนในการวางมาตรฐานด้านอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนของแนวปฏิบัติ การกำหนดกลยุทธ์และด้านนโยบาย โดยกำหนดให้รัฐต้องร่วมมือกับเอกชนในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว เพื่อร่วมกันจัดทำมาตรฐานสินค้าและบริการของประเทศ หรืออาจร่วมกับประเทศอื่นๆ ในการจัดทำมาตรฐานร่วมกัน
ทั้งนี้ ในส่วน สพธอ.ซึ่งมีหน้าที่วางโครงสร้างพื้นฐานด้านซอฟต์แวร์ของประเทศ ได้เริ่มดำเนินการจัดทำมาตรฐานเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไปบ้างแล้ว โดยร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาทิ โฮมสเตย์ เป็นต้น และการวางมาตรฐานระบบคลาวด์ ซึ่งจะดำเนินการเป็นลำดับต่อไป ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับประเทศไทยอย่างมาก
“การจัดทำมาตรฐานข้อมูลสินค้าและบริการอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการทำการค้ากับต่างประเทศ” นายวรรณวิทย์ กล่าว
นอกจากนี้ ได้ช่วยวางโครงสร้างซอฟต์แวร์สำหรับเนชั่นแนล ซิงเกิ้ล วินโดว์ ซึ่งกรมศุลกากรเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับ 36 หน่วยงาน ที่วางเป้าหมายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2558 นั้น จะต้องเพิ่มในส่วนของการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปด้วย ไม่ใช่แค่การเป็นวันสต็อปเซอร์วิสเท่านั้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับกรมสรรพากรในการพัฒนาระบบใบแจ้งราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับระบบการชำระเงิน ให้รวมอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งหากทำได้จะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการอย่างมหาศาล







