posttoday
ครม.อนุมัติถนนเข้าเขาใหญ่เลิกส่วนที่2เดินหน้าเฟสแรก

ครม.อนุมัติถนนเข้าเขาใหญ่เลิกส่วนที่2เดินหน้าเฟสแรก

09 มิถุนายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ครม.อนุมัติขยายถนนขึ้นเขาใหญ่ช่วง กม.ที่ 210 ต่อไป แต่ให้ยกเลิกช่วงกม.ที่ 1121 ส่วนการตัดถนนลักษณะเดียวกัน ให้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติให้กรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม เดินหน้าขยายทางหลวงหมายเลข 2090 ระหว่าง กม.2+000กม.10+100 หรือถนนขึ้นเขาใหญ่ต่อไป เนื่องจากมีการดำเนินการไปแล้วกว่า 40% พร้อมให้กรมทางหลวงและกรมป่าไม้ไปจัดทำแผนฟื้นฟูหลังการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ

สำหรับส่วนสองที่เหลืออีก 11 กม. คือตั้งแต่ กม.10+100กม.21 เดิมกรมทางหลวงขอกันงบประมาณปี 2554 ไว้ ครม.ให้ยกเลิกการขยายเขตทาง นอกจากนี้ ยังให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งย้ำเรื่องโครงการในอนาคตของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ว่า โครงการต่อไปจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

โสภณซัดกลางครม. พวกต้านสร้างถนนขึ้นเขาใหญ่ แค่คนกรุงแอบไปสร้างบ้านให้ถามใจคนพื้นที่ บุญจงท้าถามความคิดเห็นชาวเขาใหญ่ เตือนยกเลิกจะเป็นบรรทัดฐานโครงการอื่นที่ได้งบไปแล้ว

แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีข้อพิพาทของ 2 รัฐมนตรีคือกระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีการก่อสร้างการขยายถนนขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งได้ใช้เวลาในการพิจารณากรณีนี้นาน 40 นาที โดย ก่อนที่จะประชุมครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาพูดคุยกันนอกห้องประชุมครม.ก่อน เพื่อตกลงและหาทางออกกันก่อนที่จะนำไปพูดในที่ประชุมครม.

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในที่ประชุมครม. นายสุวิทย์ ได้เสนอข้อเท็จจริงและแนวทางปฏิบัติโดยให้กรมทางหลวง ขยายผิวจราจร และฟื้นฟูระบบนิเวศช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 2 ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างกม.ที่ 2 ถึงกม.ที่ 10 (ถ.ธนะรัชต์) ที่มีการตัดต้นไม้ริมทางและเปิดหน้าดินไปแล้วโดยด่วน ด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหาย พร้อมทั้งเสนอให้กำหนดพื้นที่โดยรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และป่า อนุรักษ์ใกล้เคียง เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ในพื้นที่ใด ๆ ที่กรมทางหลวงจะมีการก่อสร้างถนน ขอให้หลีกเลี่ยงการก่อสร้างในบริเวณที่มีต้นไม้หวงห้ามขึ้นอยู่ หรือมีระบบนิเวศที่ควรอนุรักษ์ แต่หากจำเป็นต้องก่อสร้างต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและจัดให้มีการรับ ฟังความเห็นของประชาชนก่อน และต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติก่อน

แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า นายโสภณ ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า จริง ๆ แล้ววันนี้มันต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน เพราะในส่วนของกระทรวงคมนาคมก็ดำเนินการตามกฎ ระเบียบ และผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทั้ง 2 จังหวัด

“วันนี้ ต้องถามประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ว่าเขาอยากได้หรือไม่ แต่ ขณะนี้กลับกลายเป็นว่ามีคนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่เขาใหญ่ เป็นคนจากพื้นที่อื่น ที่แค่อาศัยไปเที่ยวพักผ่อน แต่อยากได้ ก็มาร้องคัดค้าน คนไม่อยากได้ถนน คือคนกรุงเทพฯที่ไปปลูกบ้านบนเขาใหญ่ไปปีละครั้ง แต่คนที่อยากได้คือคนที่เขาอยู่ละแวกนั้น “ นายโสภณ กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวว่า เมื่อนายโสภณกล่าวจบ ปรากฏว่า รัฐมนตรีหลายรายถึงกับปรบมือสนับสนุนคำพูดนายโสภณ

นายโสภณ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวยังมีความคลาดเคลื่อน มีสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง รายงานข่าวว่า จะมีการตัดถนน 8 เลน ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะโครงการทำถนน เป็นแค่ 4 เลน รวมสองฝั่ง แต่เมื่อจะสั่งยุติโครงการ ระวังจะกลายเป็นปัญหาในที่อื่น ๆ ด้วย เพราะมีหลายโครงการพัฒนาถนนที่อาจมีลักษณะคล้ายแบบนี้ เช่น โครงการถนนที่อ.แม่สอด จ.ตาก หัวยยอด จ.กระบี่ โครงการถนนที่พิษณุโลกและตาก ตามแผนอีสเวสต์คอร์ริดอร์

“โครงการต่างๆได้รับการอนุมัติงบไปแล้วด้วยเหมือนกัน เกรงว่าถ้าตัดสินตรงนี้เราชี้แจงไม่ดี มันจะกลาย เป็นบรรทัดฐานต่อไป ที่ทำให้เอ็นจีโอเอาไปเทียบเคียงกับที่อื่น กรณีของถนนขึ้นเขาใหญ่ เป็นเรื่องที่กรมทางหลวงได้รับการร้องเรียนเยอะว่าการเดินทางมีความ ลำบาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อย” แหล่งข่างอ้างคำพูดนายโสภณ

นอกจากนี้ ได้มีรัฐมนตรีอีกหลายท่านลุกขึ้นพูดสนับสนุนให้มีการก่อสร้างถนน เช่น นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ที่บอกว่า เรื่องนี้ต้องถามคนในพื้นที่จริง ๆ ว่าเขาต้องการหรือไม่ แต่สำหรับตนและคนโคราชมีความต้องการอยู่แล้ว ส่วน นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวสนับสนุนว่า ความจริงไม่ว่าถนนสายไหนก็มักจะเห็นต้นไม้ที่ปลูกอยู่โหรงเหรงเพราะเป็นการ ปลูกของกรมทางหลวงเอง ไม่ใช่เกิดจากการปลูกของนักอนุรักษ์ ดัง นั้นการตัดถนนก็ไม่น่าจะมีปัญหา เช่นเดียวกับนายกฯที่บอกว่า ปัจจุบันการก่อสร้างถนนส่วนใหญ่กรมทางหลวงก็มักจะตัดต้นไม้ที่ตนเองปลูกไว้ ส่วนนายกอร์ปศักด์ สภาวสุ เลขาฯนายกฯ ก็แสดงความเห็นว่า ในทางสากลการปลูกต้นไม้ไว้ข้างทางจะทำให้เกิดความอึมครึมและเกิดอุบัติเหตุ ได้ ดังนั้นในทางสากลจึงนิยมตัดต้นไม้ข้างทางหรือถนนออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด อุบัติเหตุ

นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม.ว่า ครม.ได้พิจารณาประเด็นปัญหาการขยายถนนขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากที่ได้รับรายงานข้อเท็จจริง เบื้องต้นเป็นการขยายถนน นอกเขตอุทยาน จุดสิ้นสุดห่างจากอุทยานแห่งชาติ 13 กิโลเมตร*****สำหรับต้นไม้ได้รับผลกระทบในเขตทางนั้น จากการสอบถาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม ได้ข้อเท็จจริงว่า การตัดต้นไม้น่าเกินความจำเป็นในการก่อสร้างถนน และยังมีข้อมูลโต้ตอบไปมาระหว่างกรมป่าไม้และจังหวัดในช่วงสำรวจร่วมกันก่อนทำโครงการ *****“ปกติการสร้างถนนมีระเบียบอยู่ แต่ขั้นปฏิบัติมีปัญหาว่าทำถูกต้องหรือไม่ เช่น กรณีพื้นที่นอกเขตอุทยาน เป็นเขตกันชนหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาในส่วนนี้ แต่เรื่องของการปฏิบัติต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยผมสั่งการให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ทาบทามบุคลากรในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมาร่วมพิจารณาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นใครเป็นผู้รับผิดชอบ” นายกฯ กล่าว ***นายกฯกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการต่อไป มีมติให้กรมทางหลวง กระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมกันทำโครงการฟื้นฟู กำหนดรูปแบบให้เหมาะสมจากการตัดถนนและตัดต้นไม้ไปแล้ว ส่วนโครงการขยายถนนจาก กม.ที่ 10 ขึ้นไปอีกให้ยกเลิก โดยมอบหมายให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาเพื่อนำไปสู่การประกาศเขตพื้นที่รอบอุทยานเพิ่มเติม เพราะยังมีพื้นที่นอกเขตอุทยานที่ยังเป็นเขตกันชนอีก นายกฯ กล่าวว่า สำหรับปัญหาทั่วไป เช่น การสร้างถนน ที่เป็นปัญหาขยายถนน หรือถนนที่มีการขยายหลายเส้นทางปรากฎว่ากรมทางหลวงได้ปลูกต้นไม้ไว้ในเขตทาง แต่พอมาขยายอีกต้องตัดต้นไม้เดิมทิ้ง ในส่วนนี้จะต้องมีการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น กรณีพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เมื่อมีการตัดถนนแล้วเจอต้นไม้ใหญ่ โครงการที่เหลืออยู่ ก็ต้องให้กระทรวงคมนามคมสำรวจชัดเจน เรื่องการตัดต้นไม้ต้องให้รัดกุม ไม่ให้ผิดพลาด โดยให้กระทรวงทรัพยากรปรับแก้ระเบียบขยายทางตัดต้นไม้อย่างไร และให้รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือไม่

*****โสภณ”เฮ ครม.ไฟเขียวเดินหน้า ถนนขึ้นเขาใหญ่ระยะแรก สร้างมาตรฐานทล.และทช.ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.ได้อนุมัติให้กรมทางหลวงกระทรวงคมนาคมเดินหน้าขยายทางหลวงหมายเลข 2090 ระหว่างกม.2+000 กม.10+100 หรือถนนขึ้นเขาใหญ่ต่อไป เนื่องจากมีการดำเนินการไปแล้วกว่า 40% พร้อมให้กรมทางหลวงและกรมป่าไม้ไปจัดทำแผนฟื้นฟูหลังการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ

ส่วนที่เหลืออีก 11 กม.คือตั้งแต่ กม.10+100 กม.21 นั้น ซึ่งเดิมกรมทางหลวงขอกันงบประมาณปี 2554 ไว้ ก็ให้ยกเลิกการขยายเขตทาง นอกจากนี้ ยังให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งย้ำ เรื่องโครงการในอนาคตของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ว่า โครงการต่อไปจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“หลังการดำเนินการขยายเขตทางแล้วเสร็จ ก็จะทำการฟื้นฟูถนนดังกล่าวให้เป็นถนนตัวอย่างต้นแบบในการปรับภูมิทัศน์เพื่อเสริมสร้าง สภาพแวดล้อมให้เข้ากับภูมิประเทศเดิมต่อไป และยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ได้หละหลวม เพราะไม่เข้าข่ายต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี) และการให้ปลูกต้นไม้นั้นกระทรวงก็เห็นด้วย เพราะเดิมก็ตั้งใจที่จะปลูกแล้วประมาณ 2,0003,000 ต้น และเมื่อครม.มีมติออกมาเช่นนี้ก็จะทำการปลูกเพิ่มเติมอีก” นายโสภณ กล่าว

สำหรับอุทาหรณ์ของเรื่องนี้ ต่อไปกระทรวงคมนาคมจะมีคำสั่งให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทไปพิจารณาให้ดีว่าการที่จะปลูกต้นไม้บริเวณเขตทางหลวงอีกหรือไม่ เพราะที่ผ่านมากรมทางหลวงมีการดูแลรักษาต้นไม้เก่าและต้นไม้ที่ปลูกใหม่ที่อยู่เขตทางหลวงเป็นอย่างดี แต่พอถึงเวลาตัดก็เกิดปัญหา ดังนั้น จึงต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพราะการปลูกต้นไม้ในเขตทางนั้นก็ต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการและดูแลรักษา อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

นายโสภณ กล่าวว่า ครม.ยังมีมติทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี) สำหรับโครงการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกับเส้นทางธนะรัชต์ แม้ว่าเดิมจะกำหนดไว้ว่า หากอยู่นอกเขตอุทยานมากกว่า 2 กม.นั้น ไม่จำเป็นต้องทำการศึกษาก็ตาม ขณะที่โครงการอื่นที่ผ่านอุทยานนั้น ก็ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยไม่ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

ขณะนี้มีโครงการปรับปรุงแล

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย