
เงินล้นแบงก์1.4ล้านล้าน ขึ้นดอกยาก
โพสต์ทูเดย์
— เงินล้นธนาคาร 1.4 ล้านล้าน ดอกเบี้ยขึ้นยากนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สภาพคล่องทางการเงินในระบบขณะนี้มีมากถึง 1.4 ล้านล้านบาท เฉพาะธนาคารกรุงไทย มีสภาพคล่องล้นอยู่ถึง 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งถ้าสภาพคล่องยังมีมากขนาดนี้โอกาสที่ดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์คงจะปรับขึ้นได้ยาก
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า หากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องการเห็นดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้น นอกจากจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.25% แล้ว ยังต้องลงมาดูดซับสภาพคล่องในระบบออกไปด้วย
“
ที่ผ่านมาดอกเบี้ยเงินฝากเงินกู้ของระบบธนาคารมักปรับขึ้นเมื่อสภาพคล่องในระบบลดลงเหลือราวๆ 34 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันสภาพคล่องจะลดได้ ถ้า ธปท.มาดูดสภาพคล่องออกไป หรือไม่ก็เกิดเหตุการณ์ต่างชาติขนเงินกลับ ก็อาจทำให้สภาพคล่องหมดไปได้” นายอภิศักดิ์ กล่าวนายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงเรื่องการลงทุนใหม่ที่แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะปัญหาพื้นฐานในประเทศ ได้แก่ ข้อกฎหมายในเรื่องมาบตาพุดและปัญหาการ เมือง เศรษฐกิจไทยที่โตได้ขณะนี้เป็นผลจากการลงทุนเมื่อ 45 ปีก่อน ถ้าวันนี้ไม่มีการลงทุนใหม่ ในอนาคตอีก 45 ปีประเทศไทยจะแย่ ดังนั้นช่วงสั้นๆ เศรษฐกิจไทยอาจจะดี แต่ระยะยาวไม่แน่
สำหรับการขยายสินเชื่อไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสแรก โดยไตรมาสแรกสินเชื่อเติบโตดีมากจากภาคการส่งออก แค่ไตรมาสเดียวก็สามารถได้ยอดสินเชื่อที่ตั้งเป้าหมายไว้ทั้งปีแล้ว แต่ผลกระทบของไตรมาส 2 จะไปปรากฏช่วงปลายปี โอกาสที่สินเชื่อทั้งปีจะเติบโตหดตัวมีความเป็นไปได้ หากลูกค้ามาชำระหนี้คืนแล้วไม่มีการขอกู้ใหม่
ด้านปัญหาวิกฤตในยุโรปที่เริ่มลามไปยังฮังการี ถึงขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบเพราะได้คุยกับลูกค้าพบว่า มียอดสั่งซื้อไปถึง 34 เดือนล่วงหน้า
นายเวทย์ นุชเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เอสเอ็มอีต้นปีไม่แย่อย่างที่เคยกลัว แต่ต้องเฝ้าจับตาไตรมาส 23 นี้เพราะปกติจะเห็นผลกระทบเมื่อผ่านไป 3 เดือน จึงต้องเฝ้าประคองลูกค้าที่อาจโดนผลกระทบซ้ำเติม เช่น ลูกค้าเกษตรที่เผชิญภัยแล้ง นอกจากนี้ ที่ยังห่วงคือ ภาคท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงกลุ่มซื้อมาขายไป เพราะคนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ไตรมาสแรกผ่านไป สินเชื่อเอสเอ็มอีโตได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 3 หมื่นล้านบาท กลางปีนี้จึงมีแนวโน้มจะปรับเป้าหมายขึ้น หรืออาจคงเป้าหมายไว้ แต่จะไม่ปรับลดลง







