posttoday
รักนอก-ไม่ลืมใน

รักนอก-ไม่ลืมใน

24 พฤศจิกายน 2557

การแข่งขันทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้สามารถดึงดูดการลงทุนได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ

การแข่งขันทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้สามารถดึงดูดการลงทุนได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ

เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารโลกได้เปิดเผยรายงาน Doing Business 2015 : Going Beyond Efficiency ที่ประเมินความยากง่ายในการทำธุรกิจในประเทศและเขตเศรษฐกิจ 189 แห่งทั่วโลก ซึ่งวัดจากกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ 11 ข้อ เช่น การเริ่มทำธุรกิจ การได้รับสินเชื่อ ขอไฟฟ้า และการค้าขายระหว่างประเทศ

ประเทศที่รั้งอันดับ 1 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเราอย่าง “สิงคโปร์” นั่นเอง ส่วนไทยติดอันดับ 26 ของโลก

รายงานปีนี้แตกต่างกว่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะมีการใช้ข้อมูลและระเบียบวิธีวิจัยใหม่ใน 3 ส่วน คือ การแก้ปัญหาล้มละลาย การปกป้องนักลงทุนผู้ถือหุ้นส่วนน้อย และการเข้าถึงสินเชื่อ

ในเรื่องของการแก้ปัญหาล้มละลาย จากเดิมพิจารณาเพียงประสิทธิภาพของระบบศาลล้มละลาย แต่ปีนี้ได้ดูเรื่องความเคร่งครัดของระบบกฎหมายด้านนี้ และการนำกฎหมายไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศที่ได้คะแนนน้อยด้านนี้ส่วนใหญ่จะมีกฎหมายล้าสมัยหรือไม่มีกฎหมายล้มละลาย บางประเทศมีกฎหมายดี แต่ไม่สามารถนำไปใช้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่เห็นชัดเจนจากรายงานครั้งนี้คือทุกๆ ประเทศกำลังพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น โดย 80% ของประเทศทั่วโลกได้ปรับกฎระเบียบทางธุรกิจในปีที่แล้ว

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ความแตกต่างหรือช่องว่างระหว่างประเทศที่ติดอันดับต้นๆ และกลุ่มรั้งท้ายกลับลดลง ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าทุกประเทศได้พยายามทำให้บรรยากาศทางธุรกิจดีขึ้น

สำหรับเรื่องนี้ธนาคารโลกได้ยกตัวอย่างระยะเวลาการโอนทรัพย์สินในปี 2548 ว่าประเทศที่อยู่ท้ายๆ ต้องใช้เวลามากกว่าประเทศระดับท็อปๆ ถึง 193 วัน แต่ในการสำรวจล่าสุด ความแตกต่างลดเหลือเพียง 62 วันเท่านั้น

ผู้จัดทำรายงานยังบอกด้วยว่า ประสิทธิภาพของกฎข้อบังคับและคุณภาพของกฎเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เพราะจะเห็นว่าประเทศที่สามารถทำอะไรได้เร็วและใช้ต้นทุนถูกกว่า จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดีด้วย

ส่วนของไทย เราอาจเห็นการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการทำธุรกิจมากขึ้น แต่รายงานฉบับนี้บันทึกความคืบหน้าไว้เพียง 1 เรื่อง คือ การใช้ระบบฟาสต์แทร็กขออนุญาตก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก

ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากไทยยังต้องการเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจอันดับต้นๆ ของนักธุรกิจทั่วโลก เราจะต้องเร่งปรับปรุงสิ่งต่างๆ เพื่อเอื้อต่อธุรกิจให้มากขึ้น เพราะทุกประเทศไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าจะต้องทำอย่างรอบคอบ ที่สำคัญต้องไม่ลืมผลประโยชน์ของคนในพื้นที่ เช่น การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นกลไกดึงทุนต่างชาติ จะต้องรับฟังเสียงคนท้องถิ่นมากขึ้นว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคืออะไร สิทธิประโยชน์ไหนที่จะตอบโจทย์ทุนท้องถิ่นด้วย

การจะพัฒนาพื้นที่ใดๆ ไม่ควรลืมเสียงของ “คนพื้นที่” เพราะคงไม่มีใครเข้าใจพื้นที่ รู้ซึ้งความต้องการ และอยากเห็นการพัฒนาที่ดี ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่าคนเหล่านี้

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน